Follow by Email
Facebook
Instagram
YouTube

ประสบการณ์การทำเลสิก Relex LASIK ที่ TRSC

ประสบการณ์การทำเลสิก Relex LASIK ที่ TRSC

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ

วันนี้กิ๊บจะเอาประสบการณ์ที่กิ๊บไปทำเลสิกที่ TRSC มาเล่าให้เพื่อนๆฟังกันค่ะ ขอบอกว่าตั้งแต่ทำมา มีคนมาปรึกษากิ๊บเยอะมากเลย แสดงว่าหลายๆคนก็สนใจทำเลสิกเหมือนกัน กิ๊บเลยคิดว่ารวบรวมข้อมูลที่หามา และมาเล่าให้เพื่อนๆฟังดีกว่า

บอกก่อนเลย ว่ากิ๊บไม่ได้ถ่ายรูประหว่างการทำมาเลยนะคะ เพราะกิ๊บจ่ายตังเอง เข้าไปรักษษแบบคนไข้ธรรมดาๆ ไม่ได้ขอถ่ายทำอะไร และตอนแรกกิ๊บไม่ได้กะเลยว่าจะมาเขียนบลอก เพราะตอนแรกกิ๊บก็เครียดที่ต้องขึ้นเขียงด้วย เลยอยากตั้งสมาธิกับการทำเลสิกให้มากที่สุด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ แต่จะพยายามเล่าให้เห็นภาพ และเข้าใจขั้นตอนมากที่สุดแล้วกันค่ะ

ในตอนต้นกิ๊บจะเล่าถึงรายละเอียด ข้อมูลการทำเลสิกที่กิ๊บหาข้อมูลมา และตอนหลังจะเล่าประสบการณ์ที่กิ๊บไปทำที่ TRSC ให้ฟังนะคะ

 ***กิ๊บจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด ไม่ได้ค่าสปอนเซอร์ใดๆนะคะ ***

ทำไมถึงอยากทำเลสิก

เล่าพื้นเพเดิมให้ฟังกันก่อน กิ๊บสายตาสั้นข้างขวา 450 ซ้าย 275 และเอียงอีกข้างละ 100 ค่ะ เริ่มสายตาสั้นตั้งแต่อายุ 13 และเริ่มใส่คอนแทคเลนส์มาตลอดเพราะกิ๊บไม่ชอบใส่แว่นเลย จะใส่แค่ตอนก่อนนอนเท่านั้น ตอนนี้อายุ 33 แล้ว ก็รวมใส่คอนแทคเลนส์ 20 ปีต่อเนื่อง ของเดิมใส่คอนแทคเลนส์แบบบิ๊กอายแบบรายเดือน จนรู้สึกตาแห้ง ตาล้า เหมือนตาแห้งง่ายขึ้นเรื่อยๆเลยเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์แบบรายวันของ Acuvue ได้ประมาณ 1  ปีก็ช่วยให้ใส่เลนส์สบายตามากขึ้น แต่ตากิ๊บเริ่มมีปัญหาเยอะมากค่ะ ตาแห้งบ่อย ปวดตาเวลาใส่เลนส์นานๆ ชอบขยี้ตา ตาแดง อักเสบบ่อย เป็นตากุ้งยิง 2 ครั้งทั้งสองตาในช่วง 1  ปีที่ผ่านมา (ซึ่งอันนี้เป็นเพราะความสะอาดในการใส่เลนส์อาจจะยังไม่ค่อยดี)

เลยเข้าไปตรวจกับจักษุแพทย์ เลยเจอว่าตากิ๊บมีเส้นเลือดฝอยเข้ามาที่ขอบตาดำที่เรียกว่า proliferation เยอะพอควร ซึ่งเป็นผลมาจากการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน เพื่อนหมอตาเลยแนะนำว่าให้ทำเลสิกเถอะ ถ้าไม่ทำตอนนี้ เส้นเลือดฝอยจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตถ้าอยากมาทำ อาจจะทำยากหรืออันตราย….อันนี้เลยเป็นจุดที่กิ๊บตัดสินใจทำ เลยเริ่มหาข้อมูลค่ะ

หลายคนอาจจะถามว่าแล้วทำไมไม่ใส่แว่น คือเอาจริงๆ ใส่แว่น เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และไม่ต้องรับความเสี่ยงอะไรเลย แต่ 1 ปีที่ผ่านมากิ๊บพยายามแล้วค่ะ ใส่แว่นมากขึ้น เวลาไปทำงานแทบเลิกใส่เลนส์เลย แต่มันไม่ใช่จริงๆ ไม่ชอบ ไม่ถนัดเลย และออกกำลังกายไม่สะดวก (ปีนผาแว่นตกตลอดเวลา) รู้สึกไม่ใช่สิ่งที่ต้องการเลยเลือกทำเลสิกดีกว่าค่ะ

ที่รอมาถึงอายุ 33 ส่วนนึงเพราะกิ๊บเป็นหมอค่ะ ตอนเรียนใช้สายตาเยอะมากๆ กิ๊บอยากให้สายตาคงที่ก่อนค่อยทำ เพราะตอนเรียนหมอนี่อ่านหนังสือเยอะมากจริงๆ สายตาเพิ่มทุกปีเลย

เลสิกแก้อะไรได้บ้าง

สายตาสั้น สายตาเอียง แก้ได้หมดเลยค่ะ แต่ถ้าค่าสายตาสูงๆอาจจะทำบางเทคนิคไม่ได้ อย่างที่กิ๊บทราบมาคือ ถ้าสายตาสั้นไม่เกิน 800 มักจะทำได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องตรวจความโค้งและหนาของกระจกตา

สายตายาวก็แก้ด้วยเลสิกได้ค่ะ แต่วิธีการแก้จะต่างกันนิดหน่อย อันนี้แนะนำควรปรึกษาศูนย์โดยตรงค่ะ กิ๊บจะพูดถึงเฉพาะสายตาสั้นและเอียงนะคะ

เลสิกมีกี่แบบ

หลายๆคนไม่รู้เลยว่าเลสิกจริงๆแล้วที่หลายวิธีการทำมากๆเลยค่ะ เค้าเรียกเลสิกเหมือนกัน แต่จริงๆมีขนิดแยกย่อยลงไปเต็มไปหมด แบ่งง่ายๆ 5 วิธีที่เป็นที่นิยม และมีคนพูดถึงบ่อย กิ๊บจะอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆแล้วกันนะคะ เรียงไปจากเทคโนโลยีเก่าไปใหม่ค่ะ

  • PRK  (PhotorefractiveKeratectomy)  โดยการลอกผิวกระจกตาที่อยู่ด้านนอกสุด จะมีลักษณะคล้ายผิวถลอก แล้วใช้ Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของผิวกระจกตาโดยตรง จะไม่ต้องเปิดกระจกตาออกเหมือนวิธีอื่น วิธีนี้เป็นวิธีดั้งเดิมเลยที่มีมาก่อนเลสิค  ปัจจุบันนิยมน้อยลง จะใช้ในคนที่มีข้อห้ามในการทำเลสิกเช่นกระจกตาบางค่ะ
  • LASIK วิธีนี้ใช้ เครื่องแยกชั้นกระจกตา Microkeratome แยกชั้นกระจกตาให้มีความหนาประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของกระจกตาทั้งหมดแล้วใช้ Excimer Laser ขัดเนื้อกระจกตาชั้นกลาง เพื่อเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาโดยรวมแล้วจึงปิดผิวกระจกตาเข้าที่เดิม พูดง่ายๆคือมีการเปิดกระจกตาเหมือนเปิดฝาครอบออก โดยใช้ใบมีดปาดกระจกตา ยิงเลเซอร์เข้าไปแก้ไขสายตา แล้วปิดฝากลับลงไป เพราะฉะนั้นแผลจะใหญ่ เป็นวิธีดั้งเดิมแต่ก็ยังได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่แน่นอนว่า ความแม่นยำในการเปิดกระจกตา อาจจะแม่นยำน้อยกว่าวิธีใหม่ๆ และกระจกตาสมานช้ากว่า มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงมากกว่า
  • FEMTO LASIK วิธีนี้เป็นวิธีที่คล้ายกับ  LASIK แต่จะแตกต่างที่ เปลี่ยนจากการใช้ใบมีดในการเปิดกระจกตามาเป็นเครื่องเลเซอร์เปิดแทน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนของการเปิดกระจกตา และให้ความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งมีข้อดีคือ ลดปัญหาผิวกระจกตาถลอก กระจกตาที่แยกได้มีความเรียบ ใช้เวลาในการรักษาน้อย กระจกตาสมานตัวเร็ว
  • RELEX LASIK (Refractive Lenticule Extraction) วิธีนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของการทำเลสิก คือใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอนการทำ เปิดกระจกตาแค่แผลเล็กๆขนาด2 – 5 mm. ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาออกเป็นวงกลมเหมือนวิธีอื่นๆ เพราะฉะนั้นมีการรบกวนกระจกตาน้อยที่สุด กระจกตาหลังการผ่าตัดมีความแข็งแรง ผลข้างเคียงน้อย  มีความแม่นยำสูง
  • PHAKIC IOL วิธีการใส่เลนส์เสริม วิธีนี้จะแตกต่างกับเลสิกเลย คือเจาะกระจกตาเป็นแผลเล็กๆ แล้วเอาเลนส์ไปใส่ในดวงตา บริเวณหลังม่านตา แต่อยู่หน้าเลนส์ตาธรรมชาติของเรา ที่กิ๊บพูดถึงวิธีนี้ทั้งๆที่ไม่เหมือนเลสิกเลย เพราะ ในคนที่สายตาสั้นมากๆ อาทิเกิน 1000 และมีข้อห้ามในการทำเลสิก อาจต้องทำวิธีนี้แทนค่ะ

จะเห็นว่าแต่ละวิธีก็มีความแตกต่างกันในวิธีการทำ แผลก็ต่างกัน ผลข้างเคียงก็ต่างกัน เวลาพักตัวก็จะแปรผันตามวิธีที่เราทำว่ามีการเปิดกระจกตาใหญ่เล็กขนาดไหนนั้นเองค่ะ ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า วิธีที่เรียงกันนี้ก็มีผลกับราคา แน่นอนว่าเทคนิคใหม่ๆที่มีความแม่นยำสูง ย่อมแพงกว่าเทคโนโลยีเก่าเป็นธรรมดา

ทำเลสิกแบบไหนดี

แน่นอนว่าก่อนทำ ต้องไปตรวจค่าสายตา ตรวจตาอย่างละเอียด และปรึกษาคุณหมอก่อนเลยค่ะ ว่าเราทำวิธีไหนได้ไม่ได้ ถ้าผ่านทำได้หมดทุกวิธี ก็พิจารณาตามงบเลยค่ะ เพราะราคาแต่ละวิธีต่างกันพอสมควร (แตกต่างตามศูนย์ที่เราเลือกทำด้วย)

ส่วนตัวกิ๊บเป็นหมอ รู้เยอะ กิ๊บขี้กลัวไม่อยากเสี่ยงอะไรทั้งนั้น กิ๊บเลือกวิธีที่ใหม่ที่สุด กระจกตาจะกระทบกระเทือนน้อยที่สุด ผลข้างเคียงน้อยสุด และหายเร็วกลับไปทำงานได้เร็วสุด กิ๊บเลยเลือก RELEX LASIK ค่ะ ตอนแรกก็อยากจะประหยัดไปทำ Femto เหมือนกัน แต่เพื่อนที่เป็นจักษุแพทย์สั่งมาเลยว่าต้อง RELEX อีกอย่างที่ทำให้ตัดสินใจเลือก RELEX ง่ายๆเลย ทั้งๆที่ราคามันหลักแสนอัพ เพราะจักษุแพทย์ที่กิ๊บรู้จักทุกคน เลือกทำแบบ ​RELEX หมดค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าหมอตาว่าดี เราก็ว่าดี แพงก็ตัดสินใจว่าจะสู้ค่ะ #ปาดเหงื่อ

ข้อที่ทำให้เลือก RELEX คือโอกาสเกิดผลข้างเคียง อย่างตาแห้งจะน้อยค่ะ เพราะแผลที่กระจกตาเล็กมาก อย่างเทคนิคเดิมๆอย่าง LASIK จะเยอะกว่า กิ๊บมีคนรู้จักที่ต้องหยอดน้ำตาเทียมตลอดเลย อีกอย่างคือโอกาสเกิด Flare หรือแสงวงๆเวลามองแสงตอนกลางคืน จะน้อยกว่าเทคนิคอื่นๆด้วยค่ะ

แต่ทั้งนี้ต้องไปตรวจก่อนค่ะ เพราะอย่างบางคน ทำเลสิกไม่ได้เลย ต้องทำ Phakic IOL เลย หรือทำไม่ได้เลยก็มี เดี๋ยวกิ๊บจะเล่าถึงขั้นตอนการตรวจสายตาก่อนทำให้ฟังต่อไปค่ะ

ค่าใช้จ่าย ทำเลสิกราคาเท่าไหร่

อย่างที่บอกว่า ราคาจะต่างกันตามเทคนิค และตามศูนย์ที่เราเลือกไปทำค่ะ กิ๊บขออนุญาตแทรกตารางราคา จากเพจ Madame sara ตารางตรงนี้อาจจะดูไม่ชัด ตามไปดูที่เพจต้นทางดีกว่าค่า

ที่มา Madame Sara

ราคาคร่าวๆคือ PRK 33000-75000, LASIK 33000-79000,

FEMTO 40000-115000, RELEX 88000-135000,

PHAKIC IOL เพื่อนกิ๊บทำมาบอกว่าราคาประมาณ 200000++ ค่ะ

ซึ่งราคานี้รวมทุกอย่าง หมายถึงค่าตรวจดูอาการหลังทำ ค่ายา ค่ารักษาทุกอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่รวมค่าตรวจสายตาและค่าปรึกษาแพทย์ครั้งแรกค่ะ

ทำเลสิกที่ไหนดี

จริงๆศูนย์ทำเลสิกในเมืองไทยมีหลายที่มากๆเลยค่ะ ทั้งของเอกชนและรัฐบาล

ของรัฐบาล จะเป็นโรงเรียนแพทย์ อาท จุฬา ศิริราช รามา และโรงพยาบาลที่มีความชำนาญเรื่องตา อาทิ รพ.กลาง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งการทำเลสิกใช้สิทธิ์สามสิบบาทหรือสิทธิ์ข้าราชการไม่ได้นะคะ คนที่จะไปไม่ต้องห่วงเรื่องความลำบาก เพราะที่ดูมา ทุกรพ.มีระบบการดูแลคนไข้ที่มาแก้ไขสายตาเลสิกแยกเลย คลินิคจะสะดวกสบายมาก ไม่ต้องรอคิวนานๆกับคนไข้ที่มาตรวจปกติด้วย

ของเอกชน เยอะมากๆค่ะ ที่โด่งดังเลย ก็คือ TRSC, รพ.จักษุรัตนิน, รพ.กรุงเทพเป็นต้น

 ที่ควรเช็คก่อนไปทำ คือคิดก่อนค่ะ ว่าเราอยากทำเทคนิคไหน เพราะแต่ละศูนย์จะมีเครื่องไม่เหมือนกัน และทำบางเทคนิคไม่ได้ อย่างเช่น ถ้าอยากทำ RELEX LASIK จะมีศูนย์ที่ทำได้ไม่กี่ที่ค่ะ

ทำไมกิ๊บถึงเลือกทำที่  TRSC

กิ๊บขอบอกตรงนี้เลยว่า TRSC เป็นศูนย์ทำเลสิกที่ราคาแพง น่าจะที่สุดแล้วของประเทศไทยค่ะ กิ๊บไม่ได้สนับสนุนให้ทุกคนมาทำที่นี่นะคะ เพราะมันแพงจริงๆ แต่ว่าให้เพื่อนๆอ่าน และเลือกสิ่งที่เพื่อนๆคิดว่าดีกับตัวเองที่สุดเถอะค่ะ

ที่กิ๊บเลือก TRSC เพราะที่นี่เป็นที่รวมทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมกระจกตา และอาจารย์ที่มาผ่าที่นี่ก็เป็นคนบุกเบิกเลสิคในประเทศไทยเลย ทั้งวิธี LASIK และ RELEX ที่นี่ก็เป็นที่เริ่มต้นทำเป็นที่แรก เพราะฉะนั้นเรียกง่ายๆเลยว่า ที่นี่ชื่อเสียงดีที่สุดแล้ว ทำให้กิ๊บยอมจ่ายราคาที่แพงกว่า เพื่อความมั่นใจที่สูงที่สุดค่ะ

 อีกอย่างคือ ที่นี่เป็นเอกชน ที่เน้นเรื่องการแก้ไขสายตาอย่างเดียว เลยทำให้ทุกอย่างคล่องตัวมาก มีความสะดวก บริการดีสุดๆไปเลยด้วยค่ะ

แต่อย่างที่บอก ไม่ใช่ที่อื่นไม่ดีนะคะ แต่กิ๊บเป็นหมอ กิ๊บรู้เยอะไปค่ะกิ๊บเลยขี้กลัว เวลาเลือกทำอะไร กิ๊บเลยขอที่ดีที่สุด เอาความสบายใจ

ประสบการณการทำเลสิกที่ TRSC

พอกิ๊บตัดสินใจว่าจะทำเลสิกแบบ RELEX LASIK ที่ TRSC กิ๊บก็เข้าไปดูที่เวบไซต์และดูว่าจะทำนัดอาจารย์ท่านไหนเลยค่ะ คนส่วนใหญ่ที่มาทำที่นี่ จะเลือกอาจารย์เอกเทศ ชันซื่อ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการทำเลสิกในประเทศไทย แต่บอกเลยว่าอาจารย์เอกเทศคิวแน่น รอนานมากกกค่ะ กิ๊บพอรู้มาอยู่แล้วว่าถ้าอยากรอคิวอาจารย์เอกเทศส่วนใหญ่ต้องรอประมาณ 6เดือน!!! แต่กิ๊บทนใส่แว่นไม่ไหวแล้วค่ะ เลยลองถามๆเพื่อนๆหมอตา เลยทำนัดอาจารย์สบง (ศ.นพ.สบง ศรีวรรณบูรณ์) ซึ่งอาจารย์เป็นศาสตราจารย์ที่ภาควิชาจักษุ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลค่ะ

พอตัดสินใจได้ ก็โทรเข้าไปนัด TRSC ซึ่งได้คิวตรวจกับอาจารย์สบง ประมาณ 1 อาทิตย์ค่ะ

รายละเอียดที่กิ๊บพูดถึงหลังจากนี้ จะเป็นสำหรับการผ่าตัดแบบ RELEX นะคะ อย่างที่บอกว่าแต่ละเทคนิคมีความแตกต่างกัน รายละเอียดการผ่าตัด ฟื้นตัว พักฟื้นจะต่างกันได้ค่ะ 

ตรวจวิเคราะห์สภาพตาก่อนการผ่าตัด

เราต้องเข้าไปตรวจก่อนค่ะ ว่าเรามีคุณสมบัติเหมาะสมกับการผ่าตัดมั้ย และตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียดก่อน ซึ่งเราต้องเตรียมตัวบางอย่างมา ตามนี้

  • หยุดใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Lens) อย่างน้อย 3 วัน, คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Lens) หรือชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม (Semi Hard Lens) ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 14 วันก่อนตรวจ
  • สามารถใช้แว่นสายตาแทนในระหว่างที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์
  • หยุดยารักษาสิว กลุ่ม  Roaccutane, Isotretinoin 1  เดือน

ขั้นตอนตรวจตาใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงนะคะ ให้เตรียมมีคนมารับกลับบ้านด้วย เพราะมีขั้นตอนการตรวจตาที่ต้องหยอดยาขยายม่านตา เราจะมองเห็นไม่ชัด ภาพเบลอๆ และขับรถกลับบ้านไม่ได้ค่ะ เตรียมแว่นกันแดดมาด้วยนะ เพราะม่ายตาปรับสู้แสงไม่ได้ แสงจะแยงตาแสบได้ง่าย อาการทั้งหมดนี้จะเป็นปกติใน 4-6 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นเลือกวันว่างๆ ลางานมาตรวจทั้งวันไปเลยค่ะ

มาถึงเค้าจะให้เราลงทะเบียน กรอกข้อมูล สุขภาพประจำตัวก่อนเลย เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะพาไปนั่งดูวิดิโอ ที่จอคอมพิเตอร์ ซึ่งจะอธิบายละเอียดมาก เรื่องวิธิการรักษา ผลการรักษา ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้ ซึ่งกิ๊บว่าดีมากเลย ควรตั้งใจฟังค่ะ เพราะคลิปจะอธิบายให้เราเข้าใจขั้นตอน แม้แต่ว่าเข้าไปในห้องผ่าตัดจะเป็นยังไง

ต่อมาไปตรวจสายตาค่ะ จะมีการตรวจสายตาสั้นยาว เหมือนเวลาเราไปตัดแว่น แต่จะตรวจละเอียดสุดๆไปเลย เสร็จแล้วไปวัดความโค้งของกระจกตา วัดความหนาของกระจกตา วัดความดันตา เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะพาไปหยอดยาขยายม่านตา ซึ่งจะพาเรามานอนบนเก้าอี้นวด นอนรอไปเลย 15 นาทีให้ยาออกฤทธิ์ จะต้องหยอดยาทั้งหมด 3 ครั้ง แต่นอนนวดสบาย เพลินมากค่ะ พอม่านตาขยาย ก็กลับไปตรวจสายตาอีกครั้งนึง

อ่านรายละเอียดการเตรียมตัวมาตรวจตา ได้ที่นี่ค่ะ 

เสร็จทั้งหมดนี่แล้ว ก็นั่งรอตรวจกับอาจารย์สบงค่ะ แอบตื่นเต้น แต่พอเจออาจารย์จริงๆแล้ว อาจารย์สบงน่ารักมากๆ ใจดีมากค่ะ กิ๊บโดนอาจารย์ถามเยอะเลย ว่าทำไมอยากทำเลสิก พอบอกว่า ตาอักเสบง่าย ตาแดงบ่อย อาจารย์ก็ย้ำเลยว่า การทำเลสิก ไม่ได้ทำให้ตาแข็งแรงขึ้นนะ แต่กระจกตาจะอ่อนแอกว่าของเดิมด้วยซ้ำ การที่กิ๊บตาแดงบ่อยน่าจะเป็นเพราะการรักษาความสะอาดตาที่ไม่ดีพอ ต้องเข้าใจก่อนว่าที่เราทำเลสิกจะแก้อะไรได้ อะไรไม่ได้ อาจารย์อธิบายดีมากจริง บอกเลยว่ามีอะไรสงสัยรีบๆถาม รีบๆคุยกับอาจารย์เลยค่ะ จะได้เข้าใจถูกต้องว่าเราควรทำหรือไม่ควรทำ

อาจารย์สบงจะซักประวัติ ดูผลการตรวจตาทั้งหมด เสร็จแล้วตรวจตาด้วยเครื่อง slit lamb อีกครั้ง ซึ่งเหมือนเวลาเราไปหาหมอตา ที่เป็นเครื่องโลหะใหญ่ๆที่ตั้งอยู่บนโต๊ะแล้วเราต้องเอาคางวาง แสงจะแสบตานิดหน่อย แต่ไม่เจ็บและไม่น่ากลัวอะไรค่ะ

ของกิ๊บตรวจเสร็จ ผ่านหมด ทำ RELEX LASIK ได้ค่ะ จากจุดนี้ คุณพยาบาลจะมาคอนเฟริม์ว่าเราเลือกทำผ่าตัดแบบไหน แจ้งราคาว่าราคาเท่าไหร่ และค่าผ่าตัดเป็นเท่าไหร่

ทริกสำคัญเลย ใครมีเพื่อนที่เพิ่งผ่าตัดไป เอาชื่อและนามสกุลไปแจ้งนะคะ จะได้ลดทั้งค่าตรวจและค่าผ่าตัดเลยค่ะ 

ค่าตรวจสายตา และพบแพทย์ครั้งแรก ราคา 1500 บาทค่ะ ผลการตรวจจะมีอายุ 90 วัน ถ้าเลย 90 วันไปแล้วจะมาผ่าตัด ต้องทำการตรวจใหม่

การเตรียมตัวก่อนมาผ่าตัด

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนวันผ่าตัดคร่าวๆคือ

  • ผลตรวจ HIV อายุไม่เกิน 90 วันก่อนผ่าตัด ตรวจที่ไหนก็ได้ กิ๊บตรวจที่โรงพยาบาลที่ทำงาน แจ้งว่าจะขอผลตรวจ HIV ไปผ่าตัด จะได้จดหมายรับรองผลตรวจเลือด HIV มา
  • หยุดใส่คอนแทคเลนส์นานเท่ากับก่อนตรวจตา แต่ส่วนตัวกิ๊บอยากให้เป๊ะที่สุด กิ๊บไม่ได้ใส่เลนส์ตลอด 1 เดือนก่อนผ่าตัดเลยค่ะ
  • สระผมคืนก่อนผ่าตัด ไม่ทาครีมทาหน้า ไม่แต่งหน้า ไม่ใช้น้ำหอม
  • ใส่เสื้อที่ปลดกระดุมด้านหน้าได้ เพื่อถอดหลังผ่าตัดเสร็จได้ง่าย ไม่ต้องผ่านบริเวณตาค่ะ
  • ถอดเครื่องประดับเก็บให้หมดเลย
  • กินข้าวมาได้ปกติเลย ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารค่ะ
  • มีคนมารับกลับบ้าน เพราะหลังผ่าตัดเสร็จเราจะโดนปิดตาค่ะ ขับรถกลับบ้านไม่ได้ ส่วนตัวกิ๊บไม่แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าด้วยนะคะ เพราะออกจากห้องผ่าตัดมาจะยังมึนๆเบลอๆ และตาก็มองไม่เห็น เดี๋ยวล้มไปจะลำบาก ให้มีคนมารับกลับบ้านด้วยรถยนต์ดีกว่าค่ะ

วันผ่าตัด

กิ๊บได้นัดผ่าตัดหลังตรวจสายตาประมาณ 1 เดือนนิดๆค่ะ ขอบอกว่าตื่นเต้นมากๆ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตื่นเต้นและเกร็งได้ขนาดนี้ แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่ากิ๊บเป็นหมอ รู้เยอะไป มันหวั่นไปหมดเลย

นัดผ่าตัดตอนบ่ายสอง พอมาถึงคุณพยาบาล ขอผลตรวจ HIV ไปเชคเรียบร้อย จะเอาเอกสารยินยอม consent มาให้เซ็น เสร็จแล้วจะเอายา 1 เม็ดมาให้ทาน ซึ่งยานี้คือยาคลายกังวลจ้า แอบกระซิบว่าคือ dormicum 2 mg ซึ่งอ่อนๆเอง อาจจะทำให้ง่วงนิดๆ เบลอๆหน่อยๆ แต่จะไม่หลับนะ ถามมาละว่า เวลาเราหลับ ตาเราอาจจะลอยขึ้นบนซึ่งผ่าตัดไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนทำเลสิกเราต้องตื่นตลอดจ้า เสียใจด้วย 5555

พอถึงเวลา คุณพยาบาลจะพาเราเข้าไปในห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้านหลัง ตรงนี้ญาติเข้ามาไม่ได้ละนะ ใส่เสื้อคลุมทับเสื้อผ้าเดิม เปลี่ยนรองเท้า เข้ามานั่งด้านใน คุณพยาบาลจะมาหยอดยาชา ยาฆ่าเชื้อ ยาขยายม่านตาให้เรา พยายามปลอบใจให้เราไม่สติแตก และรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นด้านใน ขอบอกว่าตอนนี้ก็เริ่มใจเต้นตึกๆๆๆแล้ว

พอถึงตาเรา จะไปขึ้นเขียง ซึ่งในห้องผ่าตัดจะมีเครื่องหน้าตาแบบนี้ ใหญ่มากเลย แล้วเราจะนอนราบ หัวก็จะอยู่ใต้เครื่องนี้พอดี ในห้องแอร์เย็นเจี๊ยบ มีคุณพยาบาลมาเตรียมเช็ดหน้าเราด้วย แอลกอฮอล เบตาดีน แล้วเป๊ะเทปกาวตรึงเปลือกตาและขนตา ตอนนี้ตาก็เปิดกระพริบตาไม่ได้ละ

อาจารย์สบงน่ารักมาก อาจารย์ก็รู้แหละว่ากลัว ปลอบใจ คลายกังวลได้ดีมากๆเลย อาจารย์อธิบายให้ฟังว่า จะมีเครื่องถ่างตาใส่เข้ามา ทำให้เรากระพริบตาไม่ได้นะ  (ซึ่งกิ๊บดีใจมาก เพราะกลัวตัวเองกระพริบตาหนี) เสร็จแล้วสักพักหัวเครื่องจะเข้ามาจุ๊บที่ตาเรา จะรู้สึกแรงดูดเบาๆ ไม่เจ็บ ให้ทำตานิ่งที่สุด มองลอยๆตรงไป ไม่ขยับ ไม่หยุกหยิก ไม่ขยับตา อันนี้สำคัญมากกกก!!! เสร็จพอตาได้ตำแหน่งจะเห็นแสงเลเซอร์นะ ให้ทำให้ให้สบาย มองลอยๆเหมือนเดิม เรานอนตัวแข็งเลย พยายามเตือนตัวเองให้อยู่นิ่งที้สุดและหายใจเข้าออก

 เราหัวใจเต้นเร็วมากกกก ตื่นเต้นมาก แบบสติใกล้จะแตกแแล้วอ้ะ เรากลัวไปสารพัดเลย กลัวสุดคือกลัวตัวเองขยับตา แต่พอเวลาจริง คือบังคับตัวเองให้อยู่นิ่งได้ดีตลอด อาจารย์สบงจะคอยบอกและปลอบใจตลอดเลย ตอนนั้นมีเสียงอาจารย์เป็นที่พึ่ง เพราะเราพูดตอบโต้อะไรไม่ได้ด้วย (ห้ามพูดค่ะ ป้องกันการขยับ) ทำได้แค่ฟังและตั้งสติ

แล้วตอนสำคัญสุดก็มาถึง คือยิงเลเซอร์เข้าตามาแล้ว เราจะเห็นแสงเขียวแบบนี้ อาจารย์จะนับถอยหลัง 25 วินาทีให้เรามองแสงนั้น ซึ่ง….สำคัญมาก ตาต้องนิ่ง เรานี่เกร็ง แต่หัวใจเต้นจะหลุดออกมาจากปากแล้วค่ะ เป็น 25 วิที่นานที่สุดในชีวิต สักพักเลนส์ตาถูกยิง เราจะมองเห็นเลยว่าตาเราเริ่มเป็นฝ้า จากวงนอกวนๆๆเข้ามาด้านใน แล้วมองไม่เห็นอะไรอีกเลยเหมือนมีฝ้าสีขาวมาปิดตา บางคนจะตกใจเพราะมันเหมือนตาบอดเป็นสีขาว แต่กิ๊บเฉยๆนะกลัวตอนยิงมากกว่า นี่ยิงเสร็จละสบาย แฮ่ สักพักอาจารย์สบงก็เอาอะไรเข้ามาขยับๆเอาฝ้านั้นออกไป ตากลับมามองเห็นแต่ยังเบลอ แบบเห้อออออออ ตอนนั้นแบบรู้สึกเหมือนรอดตายจริงๆอ่ะ 5555

ตลอดการทำไม่รู้สึกเจ็บเลย แค่รู้สึกว่ามีอะไรแตะๆบ้างบางที ที่รู้สึกที่สุดของกิ๊บคือตอนเครื่องมาดูดจุ๊บตา รู้สึกว่ามันดูดๆแค่นั้น อย่างอื่นไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเจ็บค่ะ

ถามว่ารู้สึกยังไง ก็กลัวค่ะ บอกตรงๆ ตอนอยู่บนเขียงกิ๊บกลัวมากอ่ะ แต่พอออกจากห้องมาแบบโล่งมาก ถามว่าถ้าย้อนกลับไป ก็ทำนะ อยากจะบอกตัวเองให้ทำใจสบายๆ แต่มันไม่ได้จริงๆค่ะ สติแตกมากยอมรับเลย ขนาดว่าได้ยาคลายกังวลแล้วนะ 555

 

พอทำเสร็จ คุณพยาบาลแกะเทปที่หน้า เช็ดตา แล้วพาไปให้อาจารย์ตรวจ slit lamp ดูแผลในห้องผ่าตัดเลย

เล่ามานานมาก แต่เอาจริงๆทั้งหมดนี่ ใช้เวลาไม่ถึงข้างละ 10 นาที ยิ่งตอนเลเซอร์กับที่ต้องตานิ่ง กิ๊บว่าไม่ถึง 2 นาทีต่อข้างอ้ะ เลเซอร์นี่นับถอยหลัง 25 วินาทีเสร็จแล้ว มันไวมาก แต่ในความรู้สึกคือนานมากอ่ะ รวมเวลาอยู่ในห้องผ่าตัด รวมหยอดยาที่ห้องรอด้วย ประมาณ 40 นาทีค่ะ

ปิดตาเป็นไอ้แมลงวันแบบนี้ ซึ่งเอาจริงๆตอนนั้นกิ๊บเริ่มมองเห็นแล้วนะคะ แต่มันจะยังไม่ชัด เหมือนเป็นเบลอๆเหมือนตอนเวลาไม่ได้ใส่แว่น แล้วมันไม่ได้ปิดตาแบบปิดตาไปเลย คือเรามองเห็นได้ผ่านรูๆค่ะ

ที่ปิดตานี้จะปิดไว้ตลอด และจะมาเปิดพรุ่งนี้ตามนัดเปิดตาหลังผ่าตัด ในวันรุ่งขึ้นค่ะ ในถุงยาที่กลับบ้านรอบแรกจะมี เทปแปะเผื่อที่ปิดตาหลุด ยานอนหลับ เพราะบางคนปิดตาแล้วไม่ชินนอนไม่หลับ และยาแก้ปวด เนื่องจากบางคนอาจจะปวดตื้อๆได้

ส่วนกิ๊บทำเสร็จ เดินๆรู้สึกลอย ขึ้นรถปั๊บหลับเลย และกลับบ้านก็ง่วงมาก หลับตลอดยาวเลยค่ะ ของกิ๊บไม่ปวด และกิ๊บไม่ได้กินยาอะไรที่ให้มาเลย หลังทำเสร็จไม่ควรใช้สายตาเลยนะคะ กิ๊บตอนตื่นแล้วเบื่อก็เปิด youtube ฟังเสียงไป ไม่ควรแอบเล่นมือถือค่ะ

หลังทำเลสิก

หลังทำเลสิกวันแรก จะเป็นนัดตรวจตาหลังผ่าตัด ก็ต้องให้คนพามาค่ะ เพราะตาเรายังผิดอยู่ มองเห็นก็ยังไม่ปกติด้วย

มาถึง คุณพยาบาลจะพาเข้าห้องตรวจไปเปิดตา เอาน้ำเกลือเช็ดขอบๆตา แล้วเริ่มหยอดยาฆ่าเชื้อให้ วันที่มาตรวจนี้ต้องเอาถุงยาที่ได้กลับมาด้วยนะคะ อย่าลืม วันนี้จะได้รับการตรวจค่าสายตาด้วย ซึ่งจริงๆค่าสายตาเรายังไม่เข้าที่ที่สุดนะคะ แต่ตรวจออกมา กิ๊บมองเห็นชัดกว่าค่าสายตาคนปกติไปแล้ว แฮปปี้มากค่ะ

กลับบ้านวันนี้จะได้ของในถุงเพิ่มมาเป็นแบบนี้

การดูแลหลังทำเลสิก

  • หลังเปิดตาจะยังต้องปิดตาไอ้แมลงวันเฉพาะเวลานอนอีก 3 วันนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอเอามือไปขยี้ตาตอนเราหลับ
  • ยาฆ่าเชื้อจะต้องหยอดวันละ 4 ครั้ง หยอดจนครบ 1 อาทิตย์ที่เป็นนัดตรวจครั้งถัดไป
  • หยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ 1 หลอดหยอดไปเลย 1 วันให้หมดค่ะ เพราะอายุการใช้งานมัน 1 วันหลังเปิดอยู่แล้ว
  • ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด
  • ห้ามโดนน้ำบริเวณตา 3 วันค่ะ เพราะฉะนั้นห้ามล้างหน้า กิ๊บเอาน้ำเกลือเช็ดรอบๆหน้าเอาค่ะ
  • งดแต่งหน้า 1 อาทิตย์ กิ๊บเลยงดหมดเลย ไม่ทาครีม ไม่แต่งหน้าเลย (จนตอนนี้ 1 เดือนยังไม่ปัดมาสคาร่า ไม่เขียนไลเนอร์เลย กิ๊บไม่อยากเสี่ยงค่ะ)
  • งดว่ายน้ำ ดำน้ำ 1 อาทิตย์ กิ๊บเว้นดำน้ำไปเลย เกินเดือนครึ่งอีกค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน

หลังทำเลสิก ต้องมาพบแพทย์นัดตรวจที่ 1วัน 7วัน 1เดือน 3เดือน และ 1ปีค่ะ

หลังเปิดตาวันรุ่งขึ้นกิ๊บกลับไปทำงานเลยค่ะ ตามองเห็นชัดดีแล้ว แต่รู้สึกวันแรกจะแสบตาง่ายเวลาเจอแสงจ้า กิ๊บว่า 2-3 วันแรกควรพักตาบ่อยๆ และไม่ควรเล่นมือถือค่ะ (เล่นได้ แต่ตาจะล้า แห้งง่ายกว่าเดิมไปอีก) ของกิ๊บเป็นหมอดมยา กิ๊บทำงานได้เลย ไม่มีปัญหาอะไร แต่กิ๊บใส่แว่นแบบไม่มีค่าสายตากันฝุ่น กันละอองน้ำกระเด็นตลอด คือให้เราคิดไว้ตลอดว่า ตาเรามีแผลอยู่ ระวังอย่าให้อะไรมาติดเชื้อ มากระทบกระเทือนอ่าค่ะ ง่ายๆ ยกตัวอย่างคือถ้าคุณทำงาน site ก่อสร้างแบบนี้ คงยังกลับไปทำงานช่วงสามวันแรกไม่ได้เพราะอันตรายเรื่องฝุ่นเข้าตา

ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นเพราะกิ๊บเลือกทำแบบ RELEX เลยปิดตาแค่วันเดียว และกลับไปทำงานได้เร็วมากนะคะ ที่ทราบมาคือถ้าเป็นวิธี LASIK เดิมจะต้องปิดตานานกว่า เป็นเวลา 3 วันค่ะ (อันนี้ไม่ทราบข้อมูลเป๊ะๆค่ะ)

ในเรื่องความคมชัด หลังเปิดตาวันแรก กิ๊บรู้สึกภาพคมชัด 70% แล้ว แต่ยังมีความเบลอๆน้อยๆ ซึ่งจริงๆ ค่าการมองเห็นจะชัดที่สุดที่ประมาณ 1 อาทิตย์ถึง 1 เดือน แต่เอาจริงๆ อาทิตย์เดียวก็ชัดเป๊ะจนงงแล้วค่ะ เพราะกิ๊บไม่เคยแก้สายตาเอียงมาก่อน ตอนนี้เลยโลกชัดจนงงเลย

ความรู้สึกหลังเปิดตา ช่วงแรกๆคือ ตาแห้งค่ะ เวลากระพริบตาจะรู้สึกเลยว่าตาแห้งกว่าปกติ ก็ต้องหยอดน้ำตาเทียมเยอะๆเลี้ยงไปก่อน กิ๊บหยอดกระหน่ำเลย ส่วนตัวกิ๊บตาแห้งอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ค่ะ หลังจากนี้จะรู้สึกตาแห้งแค่เฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอนเลย ซึ่งหายไปเองไม่ต้องหยอดน้ำตาเทียมก็ได้ แต่กิ๊บยังหยอดอยู่และกะจะหยอดไปเรื่อยๆจนครบ 1 เดือน แต่หยอดไม่ถี่เท่าเดิมค่ะ

ผลข้างเคียงของการทำเลสิก ส่วนตัวกิ๊บไม่เจอผลระยะยาวอะไรเลย มีแค่ผลระยะสั้น คืออาทิตย์แรก นั่งรถตอนกลางคืน กิ๊บจะเห็นแสงเป็นวง ที่เรียกว่า Flare และจะรู้สึกมองไม่ชัดกลางคืน แต่วันที่ 2-3-4 ก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้ที่ 1 เดือนคือไม่เห็นแสง flare แล้วค่ะ

แอบแนะนำหน่อยว่า ช่วงนี้ตายังบอบบางอยู่ กิ๊บรู้สึกว่า ใส่แว่นตาดำเวลาขับรถหรือต้องออกมาสู้แสงจะดีมากเลยค่ะ

ตอนนี้เป็นเวลา 1 เดือนแล้วตั้งแต่กิ๊บทำเลสิกมา บอกเลยว่า happy มากๆเลยค่ะ ตื่นแล้วลุกขึ้นมา โลกคมชัด ไม่ต้องใส่แว่น ไม่มีผลข้างเคียงอะไร ไม่รู้สึกอะไรผิดปกติเลยดีมากๆ รู้งี้น่าจะทำตั้งนานแล้ว 5555


ทำเลสิกมีข้อเสียอะไรบ้าง

แน่นอนคือ การผ่าตัดทุกอย่างมีความเสี่ยง และเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นได้นะคะ เวลาเราตัดสินใจผ่าตัดไม่ว่าอะไรก็ตาม ต้องทราบความเสี่ยงนั้นๆ ไม่ว่าจะร้ายแรงตั้งแต่ ผ่าตัดผิดพลาด แผลอักเสบติดเชื้อ แผลกระจกตาไม่สมาน แผลกระจกตาหลุดออกจากที่

นอกจากนี้คือความเสี่ยงของผลข้างเคียงอื่นๆที่เบากว่า อาทิ ตาแห้ง ต้องหยอดน้ำตาเทียม, ตามองเห็นไม่ชัดกลางคืน, ตามองเห็นไม่ชัดระยะใกล้มากๆ, ตาเห็นแสง flare กลางคืน

ซึ่งโอกาสเกิดผลข้างเคียงนี้ เกิดไม่เยอะค่า แต่ก็มีโอกาสเกิดได้นะ

หลังทำเลสิกมีโอกาสกลับมาสายตาสั้นยาวได้อีกมั้ย

บอกเลยว่าได้ค่ะ กิ๊บมีเพื่อนที่สายตาสั้นกลับมาเป็นร้อยด้วย แต่ของ TRSC เค้าเติมให้โดยเสียค่าบริการแค่ค่ายา แบบอาจจะเสียโดยรวม 3000 บาทอะไรแบบนี้ เพื่อนกิ๊บก็มาเติมไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งก็ต้องมาตรวจกับคุณหมออีกทีนะว่าสุขภาพตาเราเป็นยังไง กระจกตาเราพร้อมทำอีกครั้งมั้ย อันนี้เรียกได้ว่าเป็นบริการหลังขายที่ดีของ TRSC เนอะ แต่ของศูนย์อื่นกิ๊บไม่ทราบข้อมูล

ส่วนสายตายาว แน่นอนค่ะ เกิดได้ ตามอายุเลยค่ะ

เพราะฉะนั้นสำคัญที่สุด คือหลังทำเลสิก ก็ต้องถนอมตานิดนึงนะคะ สายตากลับมาสั้นยาวได้นะ

สรุปค่าใช้จ่าย

กิ๊บเสียค่าตรวจและพบแพทย์ครั้งแรก 1500 บาท

และค่าทำ RELEX LASIK 135,000 บาท

รวมทั้งหมด 136,500 บาท

อย่างที่บอกนะคะ ว่ากิ๊บเลือกเทคโนโลยีใหม่ที่สุด ในศูนย์ที่แพงที่สุดของเมืองไทย ราคาเลยแรงมากๆ แต่ถ้าใครอยากทำเลสิกวิธีอื่นๆ ราคาเริ่มต้นแค่ 35000 บาทเอง และถ้าใครอยากทำ RELEX LASIK แต่อยากได้ราคาประหยัด กิ๊บเคยโทรไปถามที่ รพ.จุฬา ราคาอยู่ที่ 88,000 บาทค่ะ ลองดูนะคะว่าที่ไหนเหมาะกับคุณ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ