Follow by Email
Facebook
Instagram
YouTube

[PART1] มารู้จักกีฬาปีนผา Rock climbing พื้นฐานและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มมาปีน

[PART1] มารู้จักกีฬาปีนผา Rock climbing พื้นฐานและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มมาปีน

สวัสดีค่า เพื่อนๆ

วันนี้กิ๊บมาเขียนบลอคตามคำเรียกร้อง หลายๆคนก็คงเห็นจากช่องทาง social ของกิ๊บว่า กิ๊บชอบไปปีนผาม้ากกก แล้วทีนี้ก็มีหลายๆคนให้ความสนใจมาถามข้อมูลกันเยอะเลย ทำให้รู้ว่ากีฬานี้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากในเมืองไทยเนอะ แต่ก็มีคนสนใจอยู่เยอะ แต่ไม่รู้จะหาข้อมูลจากที่ไหนดี กิ๊บเลยเขียนบลอคนี้มาเพื่อให้ข้อมูลพื้นฐาน สำหรับคนที่สนใจ และอยากรู้จักกับกีฬานี้ค่ะ

IMG_1752

Rock Climbing

Rock Climbing หรือ กีฬาปีนผา คืออะไร?

Rock climbing คือการปีนหน้าผาจริง หรือหน้าผาจำลอง ตามแนวไม่ว่าจะเป็นแนวสูง หรือแนวขวาง โดยมีเป้าหมายคือการขึ้นสู่จุดสูงสุดที่กำหนด โดยไม่ให้มีการตกค่ะ

จริงๆแล้ว Rock climbing มีแขนงย่อยอีกเยอะมากๆ ซึ่งเดี๋ยวกิ๊บจะพูดถึงรายละเอียดให้ฟัง แต่หลักๆที่ปีนกันในเมืองไทย จะเป็นการปีน แบบ sport climbing ที่เห็นแบบในรูป คือมีการใช้เชือก และอุปกรณ์ป้องกัน ตามเส้นทางที่กำหนดและมีการเจาะหน้าผาไว้แล้วค่ะ

ทำไมต้องกีฬาปีนผา?

สำหรับกิ๊บกีฬาปีนผาเป็นอะไรที่สนุกมากๆค่ะ เพราะนอกจากจะต้องใช้ กำลังร่างกายแล้ว ยังต้องอาศัยปัจจัยอื่น ทั้ง แรงใจ และความคิดในการแก้ปัญหาด้วย เพราะกีฬานี้ ต้องใช้ทักษะ ต้องมองหน้าผาแล้วคิดตลอดเวลาว่าเราจะปีนขึ้นไปยังไงให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เหมือนได้เล่นเกม puzzle ที่เราต้องคิดตลอดเวลา ในเรื่องใจ คือเราต้องสู้กับความกลัวในจิตใจตลอดนะ เพราะทุกคนแหละ มีความกลัวความสูงอยู่ในใจไม่มากก็น้อย ขนาดปีนบ่อยๆ ขึ้นไปบางทียังมีเสียวๆเลย ยิ่งถ้าออกไป outdoor บางครั้งปีนสูง 30 เมตรเท่ากับตึกสูง 8 ชั้นยังงี้ มันเสียวมากๆค่ะ สุดท้าย คือเรื่องแรงกาย แน่นอนว่ากีฬานี้ต้องการแรงกายพอสมควรเลยแหละ ยิ่งถ้าปีนเก่งไปเรื่อยๆ เล่น route ที่ยากขึ้นนะ ยิ่งต้องใช้แรงกาย อย่างกิ๊บเป็นคนไม่ค่อยออกกำลังกาย พอมาปีนผา ทุกวันนี้ต้องออกกำลังกายเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายสำหรับการปีนผาไว้ด้วยค่ะ เลยกลายเป็นคนรักสุขภาพ ชอบออกกำลังกายไปเลย ซึ่งตรงนี้กิ๊บต้องขอบคุณการปีนผาเต็มๆนะ สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก มีกล้ามแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต มันดีมากๆจริงๆค่ะ

ที่ชอบนอกเหนือไปจากนี้ คือความท้าทาย เพราะมันเหมือนได้เอาชนะตัวเองนะ เอาชนะความกลัว เอาชนะความเหนื่อย ทุกครั้งที่ปีนแล้วปีน route ที่เราปีนไม่ได้ แล้วครั้งนี้เราทำสำเร็จ มันเหมือนได้เอาชนะตัวเอง รู้สึกดีมากๆค่ะ

Outdoor หรือ Indoor?

การปีนผา แบ่งตามสภาพแวดล้อมหลักๆ ได้เป็นสองแบบค่ะ คือ

​Outdoor คือ การปีนหน้าผา ตามธรรมชาติจริงๆ โดยปีที่หินจริงๆ เวลาปีนก็จะออกไปที่ผา ที่รู้จักกันในหมู่นักปีนผา ที่มีการวางเส้นทางไว้อยู่แล้ว อย่างในเมืองไทย ที่ฮิตๆกันก็จะมี ที่ไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นผาที่ดังระดับโลกเลยนะ หรือแคมป์น้ำผาป่าใหญ่ ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งอยู่ใกล้กทม.มากๆ เดินทางสะดวกมากๆค่ะ ความสนุกของการปีน outdoor คือ การได้สัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ เวลาปีนขึ้นไปได้เจอวิวสวยๆ สูงๆอากาศดีๆ มันมีความสุขมากๆจริงๆค่ะ แต่ก็แน่นอนว่า ก็มีความลำบากของอากาศที่ร้อน ฝุ่นผงดิน และการเดินขึ้นไปสู่หน้าผาที่เราจะปีน ก็อาจจะยาก และที่สำคัญคือ ผาจริงก็มีความอันตรายมากกว่าผาจำลอง เพราะอาจมีหินตกจากที่สูงใส่เราได้ตลอดเวลา และถ้าออกปีนผาจริงครั้งแรก อาจสับสน ว่าจุดที่จะปีนต่อและจับหินคือตรงไหน ต่างกันในยิมซึ่งจะมีเส้นทางเป็นหินสีๆบอกตลอดเวลา

IMG_1738

Indoor คือ การปีนหน้าผาจำลองในยิมค่ะ ซึ่งจะจำลองมาจากหน้าผาจริง แต่ตัวจับ (holds) จะทำจากวัสดุอื่นๆพวกไฟเบอร์กลาส ซึ่งเค้าจะทำเป็นสีๆ ให้ง่ายแก่การดูฮะ ว่าเราจะปีนไปทางเส้นทางไหน การไปฝึกปีนในยิม ข้อดีคือเราจะได้ฝึกท่าทางและเข้าใจหลักการของการปีนผา และสะดวกต่อการเดินทางด้วย (คงออกไปปีนผาจริงทุกวันไม่ได้หรอก จริงมั้ย) และเป็นการฝึกฝนสำหรับการออกไปหน้าผาจริงต่อไปค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากนี้กิ๊บจะเน้นเรื่องการเตรียมตัวสำหรับมือใหม่นะคะ เพราะฉะนั้นจะเน้นเรื่องการปีนในยิม indoor เป็นหลักก่อนค่ะ รายละเอียดอาจจะต่างจากการไป outdoor นิดหน่อย

ปีนผา มีกี่ประเภท?

จริงๆปีนผามีหลายประเภทแยกย่อยลงไปได้เยอะมากๆนะคะ แต่เอาหลักๆที่ปีนในยิมเลย คือมี สองประเภทค่ะ คือ sport climbing และ bouldering ทั้งสองแบบมีความท้าทายและความสนุกแตกต่างกันไป ใครจะชอบแบบไหนต้องมาลองเองค่ะ โดยทั่วไปในยิมจะมีให้เล่นทั้งสองแบบนะคะ

Bouldering คือการปีนผาระยะทางสั้นๆประมาณ 3-4 เมตร โดยมีความท้าทายด้วยความยากของเส้นทาง การปีน bouldering จะไม่ต้องใส่ harness และไม่ใช้เชือก

3

sport climbing คือการปีนผาแบบที่เรารู้จักกัน ปีนแบบเป็นเส้นเชือก ขึ้นไปสูงๆประมาณ 8-15 เมตร โดยจะต้องมีผู้ปีน (climber) และผู้จับเชือกดูแลผู้ปีน (Belayer) เวลาปีนให้ถูกต้อง จะต้องปีนไปตามสีที่กำหนดและใช้ทักษะในการปีนขึ้นไปให้จบเส้นทางโดยไม่ตกค่ะ (ฟังดูง่าย แต่จริงๆย้ากยากนะ 555) โดยจะมีอุปกรณ์ความปลอดภัยคือต้องสวม harness และรัดเชือกเข้ากับ harness ทุกครั้งค่ะ sport climbing จะแบ่งย่อยเป็นหลักๆอีกสองแบบคือ Top rope และ Lead climbing

Top rope คือการปีนโดยที่เชือกจะคล้องอยู่ด้านบนสุดของหน้าผา เป็นการปีนที่มีความปลอดภัย  และเสี่ยงอันตรายน้อยกว่า lead climbing ค่ะ เพราะถ้าตกจะมีเชือกคอยดึงไว้อยู่ สำหรับมือใหม่ที่มาปีน ก็จะปีนด้วยการ top rope ไปก่อนเนี่ยล่ะจ้า

Lead Climbing คือการปีนโดยที่ผู้ปีนจะต้องค่อยๆดึงเชือกขึ้นไปคลิปกับอุปกรณ์บนหน้าผา เพราะฉะนั้นมีความยาก และต้องอาศัยทักษะมากกว่า top rope และมีความเสี่ยงเพราะถ้าตก จะตกลงมาได้ในระยะที่สูงกว่า toprope คนที่จะ lead ได้ต้องผ่านการฝึกฝนมาพอสมควรเลยค่ะ

ระดับความยากของการปีน?

จริงๆ grading มีหลาย system มากค่ะ แต่ละประเทศจะใช้ไม่เหมือนกัน และ grading ของ bouldering กับ sport climbing ก็จะไม่เหมือนกันด้วย อันนี้กิ๊บจะขอพูดถึง grading ที่ใช้ในยิมที่เมืองไทยละกันเนอะ ซึ่งเกรดเหล่านี้จะมีป้ายบอกไว้ที่ด้านล่างสุดของ route ซึ่งจุดที่แปะป้าย ก็คือจุดเริ่มต้นการปีนนั่นเองค่ะ

ยกตัวอย่าง อันนี้ป้ายของ Urban Playground ค่ะ จะบอก level ความยาก ชื่อ route ผู้เซต และวันที่เซตไว้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

sport climbing จะใช้ french grading เริ่มต้นที่ 5 ค่ะ คือเกรดที่ง่ายที่สุดที่กิ๊บเคยเห็นในยิมนะ จากนั้นก็จะเพื่มความยากไป 5a –> 5b –> 5c นอกจากนี้จะมีเพิ่มบวกด้วย อย่างเช่น 6a+ ก็จะยากกว่า 6a ค่ะ

อย่างในตารางนี้ ดูตามช่อง sport grade

SU3yY

bouldering ในไทยจะใช้เกรด V หรือตามตารางที่เรียกว่า Hueco ของอเมริกาค่ะ

Screen-Shot-2013-06-06-at-23.01.20

บอกเลยว่ามือใหม่เพิ่งมาเริ่มปีน ไม่ต้องสนใจเรื่องเกรดหรอกค่ะ ปีนไปเลย ตามสะดวก 555 mix สีไปเลย ให้ได้ความรู้สึกว่าปีนผาเป็นแบบนี้นะ เพราะไม่มีใครมาปีนวันแรกแล้วปีนเกรดยากๆได้หรอกค่ะ ทุกอย่างต้องอาศัยการฝึกฝนนะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องท้อ ค่อยๆเริ่มจากเกรดง่ายๆไปเรื่อยๆค่ะ แต่ถ้าปีนเก่งขึ้นแล้ว ก็ควรจะปีนตามสี และไล่ไปตามเกรดค่ะ เพื่อเพิ่มความท้าทาย มันสนุกตรงนี้แหละ ที่เราสามารถปีนเกรดที่ยากขึ้นไปได้เรื่อยๆ แรกๆก็เริ่มจากตามสีเกรด 5 ก่อน พอเริ่มปีนไปเรื่อยๆ ก็ค่อยๆเริ่มไป 6a, 6a+ หรือสูงกว่านี้ไปเรื่อยๆ มันมันส์มากค่ะ 5555

จะไปปีนผาต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

เตรียมใจค่ะ 5555 จริงๆไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเท่าไหร่เลย เพียงแค่แนะนำว่าให้เตรียมใจ เพราะปีนผาเป็นกีฬาที่ท้าทายมากๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เพราะฉะนั้นเราต้องมีความพร้อมทั้งสามด้านค่ะ บางคนมาปีนครั้งแรกแล้วเพิ่งรู้ตัวว่ากลัวความสูงก็มีนะ 555 บอกตรงๆเวลาว่าครั้งแรกมันน่ากลัวจริงๆ เพราะผาสูงมากค่ะ 🙂

แอบเสริมนิดนึงว่า ก่อนมาปีนผา ไม่ควรทานข้าวแบบอิ่มแน่นท้องหรอกนะคะ เพราะว่า จะจุกและปีนไม่ขึ้นค่ะ ทางที่ดี ควรทำเหมือนเวลาจะไปออกกำลังกาย คือรองท้องแค่เบาๆพอค่ะ

อ้อ แจ้งไว้ก่อนว่า การปีนผา มีความเสี่ยงอันตรายและอาจได้รับการบาดเจ็บได้ เพราะฉะนั้น ก่อนการปีนผาครั้งแรก เราต้องเซ็นชื่อยอมรับทราบความเสี่ยงก่อนที่จะเริ่มปีนนะคะ ดูตัวอย่างใบเซ็นยินยอม (waiver form) ได้ที่นี่เลยค่ะ

ต้องแต่งตัวยังไงไปปีนผา?

ถ้าเป็นมือใหม่ และต้องการมาหัดปีนเป็นครั้งแรก ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรมาเลยค่ะ เพราะที่ยิมเค้าจะมีให้เช่าอุปกรณ์ได้ทั้งหมด

ชุดที่เหมาะสำหรับการปีนผา สำหรับมือใหม่ กิ๊บแนะนำให้เป็นกางเกงขายาวคลุมเข่าค่ะ เพราะว่าเรายังไม่มีทักษะการปีน เข้าจะกระแทกกับผาเยอะ กางเกงคลุมเข่าจะลดอาการเจ็บได้ กางเกงควรเป็นแบบผ้ายืดที่มีความยืดหยุ่นสูง เพราะเราต้องมีการเหยียดและงอขาตลอดค่ะ อย่างกิ๊บกิ๊บจะใส่กางเกงโยคะเลย เพราะยืดหยุ่นดี ไม่ร้อนดีด้วย ส่วนท่อนบน จะใส่เสื้อกล้าม เลื้อยืด ทับสปอร์ตบรา ไม่ควรใส่บราธรรมดาเพราะเสียวหลุด 555 ไม่ใช่ค่ะ ล้อเล่น เพราะลดแรง impact ได้ดีและกระชับกว่าค่ะ ส่วนผู้ชายก็ใส่เสื้อยืด เสื้อกล้ามกับกางเกง cargo คลุมเข่าธรรมดาได้นะ เอาแบบใส่แล้วเย็นๆระบายอากาศดีๆนิดนึง เพราะที่ยิม ไม่มีแอร์ค่ะ

ไม่ต้องใส่ถุงเท้านะคะ เพราะรองเท้าจะเกาะได้ไม่ดี แต่ถ้าไม่สบายใจที่ต้องใส่รองเท้าเช่า จะเตรียมถุงเท้ามาเองก็ได้จ้า

แต่ตัวง่ายๆก็แบบนี้เลยค่ะ แต่เราแต่งตัวสวยไปปีนแล้วมีความสุขนะ อิอิ

1

ต้องไปกี่คน?

จริงๆแล้วกีฬาปีนผาเป็นกีฬาสังคมนะคะ เพราะต้องใช้อย่างน้อยสองคนถ้าจะปีนแบบ sport climbing คือต้องมีหนึ่งคนที่กำลังปีน เรียกว่า Climber และอีกหนึ่งคนที่มีหน้าที่คอยดึงเชือกให้อยู่ที่ด้านล่าง เรียกว่า Belayer ซึ่งถ้าไปหัดปีนใหม่ๆ ก็ควรไปเป็นคู่ค่ะ จะได้เรียนไปพร้อมๆกันดี แต่ถามว่าจำเป็นมั้ย ก็ไม่ค่ะ ไปสามคน ห้าคนก็ปีนได้

แถมในปัจจุบัน มีเครื่องที่ช่วยดึงเชือกให้อัตโนมัต เรียกว่าเครื่อง​ Autobelay มีที่ Urban Playground (Racquet club สุขุมวิท 49) ไปคนเดียวก็ปีนได้ ให้เครื่อง belay ให้

หรือจะไปคนเดียว แล้วใช้ belay service ให้พี่ๆสตาฟที่ผาเค้าบีเลย์ให้ก็ได้ ราคาต่างกันไปแต่ละยิม แต่ส่วนมาจะประมาณ 500 บาทต่อชั่วโมง

หรือจะลองไปปีนแบบ Bouldering ก็ปีนคนเดียวได้ ไม่ต้องมีเพื่อน

แต่เอาจริงๆ กีฬามันต้องเล่นกะเพื่อนเนอะ ไปกับเพื่อนก็สนุกกว่าค่ะ แต่ถ้าปีนมาสักพักจะได้เพื่อนใหม่ๆเยอะเลย อย่างกิ๊บก็มารู้จักพี่ๆเพื่อนๆจากการปีนผา ได้สังคมใหม่ๆด้วยค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเวลาไปปีนผา?

สำหรับมือใหม่ ที่ใช้อุปกรณ์เช่า ที่ยิมจะมีอุปกรณ์ให้เช่าตามนี้ค่ะ

1. Harness เป็นอุปกรณ์ safety ที่ใช้สวมรัดบริเวณสะโพกและเอว หน้าตาเป็นแบบในภาพ

2

2. รองเท้าสำหรับปีนผา ที่ยิมจะมีให้เช่าทุกไซส์ค่ะ

มีหลายคนถามว่าใช้รองเท้าธรรมดาปีนผาได้มั้ย บอกเลยว่าได้ แต่ไม่ควรเลยค่ะ เพราะรองเท้าสำหรับปีนผาเค้าจะมีการออกแบบมาเฉพาะ โดยมียางส่วนหน้าที่หนา และทำให้เกาะกับ hold ได้ดีกว่ารองเท้าปกติมากๆ ถ้าใส่รองเท้ากีฬาปกติในการปีน มีโอกาสจะลื่นได้สูง และเสี่ยงอันตรายได้ค่ะ

อย่างที่บอกว่าถ้าไม่สบายใจที่ต้องใส่รองเท้าเช่า ให้เตรียมถุงเท้ามาก็ได้ค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ถ้าปีนเยอะ และอยากมีอุปกรณ์เป็นของตัวเอง ต้องมีอะไรบ้าง

อันนี้กิ๊บไม่ได้แนะนำให้มือใหม่ทุกคนต้องซื้ออุปกรณ์นะคะ แต่ถ้าคุณเริ่มปีนเยอะ มาบ่อยๆขึ้นเนี่ย แน่นอนว่าถ้ามีอุปกรณ์เป็นของตัวเอง ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าที่จะต้องเช่าทุกครั้งเนอะ และอุปกรณ์ที่ซื้อเองเนี่ยก็ประสิทธิภาพดีกว่าที่เช่าด้วยแหละ สนนราคาแน่นอนค่ะ มีตั้งแต่ถูกยันแพงมากเลย ก็แล้วแต่ประสิทธิภาพของนั้นๆล่ะเนอะ

1. Climbing shoes รองเท้านี่สำคัญที่สุดและควรซื้อเป็นอย่างแรกเลยค่ะ เพราะทำให้เราปรับเท้าเราเป็นเสมือนมือที่สามและสี่ ช่วยให้เรามีความแม่นยำตอนปีน และทำให้เกาะผาได้ดียิ่งขั้นด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

2. Harness สังเกตว่า Harness ที่ให้เช่ากับ Harness ซื้อจะหน้าตาไม่เหมือนกันสักเท่าไหร่ อันนี้ก็เป็นเรื่องของความสบายค่ะ Harness ซื้อก็จะสบายกว่า และมีประสิทธิภาพอื่นๆที่ดีกว่า Harness เช่าล่ะนะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

3. Belaying device ถ้าเรามาปีนสม่ำเสมอแล้ว ก็ควรซื้อเป็นของตัวเองค่ะ

IMG_7962

4. Chalk Bags

5. อื่นๆ สำหรับขั้น advance ก็ Quickdraw, rope, helmet มีอีกเยอะเลย แล้วแต่สไตล์การปีนค่ะ

มาครั้งแรกต้องทำอะไรบ้าง

อันนี้กิ๊บขอพูดถึง sport climbing  เป็นหลักนะคะ ครั้งแรกเริ่มเลย ถ้าไปอาจจะได้ลองหัดปีน ทำความรู้จักกับการปีนผาก่อน ว่าเรากลัวมั้ยเพราะมันสูงนะ ว่าเราชอบมั้ย โดยที่ตอนหัดลองนี่เราอาจจะยังไม่ต้องเรียนอะไรเลยก็ได้ แค่ลองปีนสนุกๆ ไม่ต้องตามสีโค้ดของเส้นทางการปีน (Route)

แต่ถ้าเราเริ่มชอบและสนใจอยากจะปีนจริงจังแล้ว ก็ควรต้องเรียนรู้หลักการการปีนค่ะ เช่น การมัดปมเชือกกับ harness, วิธีการ belay, หลักการความปลอดภัยพื้นฐาน และศัพท์ที่ใช้ในการปีน

โดยแต่ละยิมก็จะมีนโยบายไม่เหมือนกันค่ะ ถ้า Rock Domain Climbing Gym พี่ๆสตาฟจะสอนให้และสอบได้เลย แต่ถ้า Urban Playground จะต้องลงคลาสเรียนก่อนหนึ่งครั้ง ครั้งละ 500 บาทต่อหนึ่งคน หลังเรียนจะได้รับการ์ด Top rope belay หน้าตาแบบนี้ค่ะ การ์ดนี้ต้องเอามาทุกครั้งและห้อยไว้ที่  harness นะคะ ไม่งั้นสตาฟจะไม่ให้เราบีเลย์ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไปปีนผาที่ไหนได้บ้าง

กิ๊บขอเน้นเรื่องยิมปีนผาก่อนนะคะ เพราะเป็นมือใหม่ ควรเริ่มต้นเรียนพื้นฐานและฝึกในยิมก่อนค่ะ ยิมปีนผามีในทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัดนะคะ ดูรายละเอียดและค่าใช้จ่ายได้ตาม link เลยนะคะ

1. Urban Playground Climbing ตั้งอยู่ใน Racquet club Fitness ที่ซอยสุขุมวิท 49/9 ใจกลางเมืองเลยค่ะ เดินทางสะดวกดี  ที่นี่มีโซน bouldering, toprope, lead climbing และมีหน้าผาที่จำลองผาธรรมชาติมาด้วยค่ะ อีกข้อที่ดีมากๆคือที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของฟิตเนสแบบฟุลนะ เพราะฉะนั้นปีนผาเสร็จ ออกกำลังอย่างอื่น ว่ายน้ำต่อได้ด้วย

ราคาค่าเข้า วันธรรมดา 475 บาท วันหยุด 525 บาท (เข้าได้ทั้งฟิตเนส)

ค่าเช่า Harness 100 บาท ค่าเช่ารองเท้า 50 บาท

ค่า Belay service 500 บาท ต่อชั่วโมง สตาฟ 1 คนสามารถแบ่งให้บีเลย์คนปีนกันได้หลายๆคนค่ะ

ค่าคลาส introduction to climbing 500 บาทต่อคน เรียนหนึ่งชั่วโมง (สอนความปลอดภัย วิธีการบีเลย์)

ถ้ามาบ่อยๆสมัครสมาชิกรายเดือน รายปีก็จะราคาลดลงเยอะค่ะ ดูรายละเอียดราคา ที่นี่ค่ะ มีคลาสสอน lead climbing ด้วยค่ะ

ส่วนตัวกิ๊บเป็นสมาชิกที่นี่ค่ะ ใครมาก็มาทักกันได้นะ 🙂

เวลาเปิดปิด

Mon – Fri 13.00 – 22.00

Sat – Sun 10.00 – 22.00

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

2. Rock Domain Climbing Gym ตั้งอยู่ที่บางนา ที่นี่พื้นที่กว้างขวางมากค่ะ มีทั้งโซน Bouldering, top rope, lead climbing เหมาะสำหรับมือใหม่ค่ะ เพราะที่นี่มีบริเวณผาง่ายๆแบบให้ฝึกหัดแบบไม่ต้องขึ้นเชือกด้วย

เวลาเปิดปิด

Mon – Fri :    11:00 AM – 10:00 PM

Sat    :    10:00 AM – 10:00 PM

​Sun    : ​  10:00 AM – 9:00 PM

Screen Shot 2558-07-09 at 9.53.00 AM

Screen Shot 2558-07-09 at 9.54.06 AM

3. Climb Central Bangkok อยู่แถวราชพฤกษ์ เป็นยิมขนาดใหญ่น้องใหม่สุดของกรุงเทพ เป็นเชนมาจากสิงคโปร์ด้วย ที่นี่ครบครันมากค่ะ มีทั้ง high wall ให้ top rope และ lead climb มีผนัง boulder ที่เก๋สุดคือ ที่นี่มีแอร์นะ รู้สึกว่าจะเปิดแอร์ให้ปีนในบางวันด้วย ทีมงานที่นี่มาจากยิม Proclimber เดิมด้วยค่ะ ที่นี่น่าจะขนาดใหญ่กว่า Urban Playground หน่อยนึงล่ะ

 

Proclimber Gym อยู่แถวจรัญสนิทวงศ์ ที่นี่เน้นเรื่อง bouldering เป็นหลัก แต่ก็มี wall ให้ top rope และ lead climb ได้นะคะ ขอบอกว่าพี่ๆที่นี่สอนดีและเอาใจใส่ม้ากมากค่ะ กิ๊บอยากไปเรียนเทคนิคการปีนอีกจริงๆเลย อิอิ  (ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าเค้าเปิดอยู่มั้ย และช่วงเวลาไหนนะคะ เพราะทีมเค้าย้ายไปทำ Climb central กันค่ะ)

IMG_1522

ค่าเข้า 100 บาท

เปิดทุกวัน ประมาณ 13.00 – 22.00

4. Professional-Thailand-Climbing-Adventure ตั้งอยู่ที่ห้างบิ๊กซี ลาดพร้าวค่ะ ที่นี่มีแต่ผาสูงสำหรับ top rope และ lead climbing ค่ะ

11150872_10153197962060266_4029183585587354854_n

5. Chiang Mai Rock Climbing Adventures (CMRCA) ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ค่ะ ยิมที่นี่เน้น Bouldering และ training เป็นหลัก แต่มีรถออกไปสำหรับปีน top rope, lead climbing ที่หน้าผาจริงที่ crazy horse แทบทุกวันค่ะ กิ๊บลองไปปีนที่นี่มาแล้ว สตาฟน่ารักมากๆฮะ คลาสสอนสำหรับปีน outdoor ก็ดีมากๆนะ

Mon – Sun: 8:00 am – 8:00 pm

IMG_1273

6. No Gravity Climbing Gym ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ ที่นี่มีทั้ง top rope, lead climbing และ bouldering wall มีคลาสสำหรับสอนปีนด้วยฮะ

เวลาทำการ Mon – Sun 13.00 – 22.00

11062798_500407656776922_8007185083854886768_n 11223831_488023151348706_9193295575108235533_o

7. Deep Climbing Gym ที่พัทยา มีทั้ง high wall ให้ top rope และ lead climb มีผนัง boulder ส่วนตัวกิ๊บยังไม่เคยไปปีนที่นี่เหมือนกันเลยให้ข้อมูลไม่ได้มาก แต่ดูผาใหญ่และมีสัดส่วนต่างๆเยอะเหมือนกัน

 

8. Virgin Active ที่ Emquartier มีหน้าผาฮะ เป็น hold แบบ glow in the dark ด้วย เก๋ไก๋มาก แต่ผาค่อนข้างสั้น ประมาณ 5 เมตรเอง สำหรับกิ๊บถือว่าเป็นผาที่เตี้ยไปนะ ส่วนตัวกิ๊บยังไม่เคยไปลองที่นี่ค่ะ แต่มีเพื่อนบอกว่า มีเฉพาะ autobelay และต้องเป็นคนที่เคยปีนผามาก่อนเท่านั้น ราคาค่าเข้าต่อครั้งค่อนข้างสูงค่ะ

10404258_1129411190418647_8307896774874645340_n

7. สนามราชมัคลากีฬาสถาน มีผาจำลองให้ปีนค่ะ ทั้งแบบ top rope และ lead climbing ไม่คิดค่าเข้าด้วย แต่ว่าต้องเอาอุปกรณ์ทุกอย่างไปเองนะคะ ต้องมีเชือกด้วย ซึ่งอันนี้มือใหม่ไม่ค่อยแนะนำจ้า

Photo 4-6-58 18 56 31

8. หน้าผาจำลองที่ธรรมศาสตร์ รังสิต ที่นี่เป็นหน้าผาจำลองที่สามารถปีนได้ทั้ง top rope, lead climbing และในอนาคตจะมีโซน bouldering ด้วยค่ะ ค่าใช้จ่ายไม่ทราบเพราะกิ๊บไม่เคยไปที่นี่ค่า

เวลาทำการ Mon- Fri 16.00-21.00

10917843_956462461031419_6513095792282679457_n

เอาล่ะค่ะ ก็หวังว่าบลอคนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆที่กำลังสนใจกีฬาปีนผา และให้ข้อมูล ตอบคำถามพื้นฐานที่เพื่อนๆอยากรู้ได้นะคะ ก็บอกตามตรงเลยว่า กีฬาปีนผาไม่ง่ายค่ะ เพราะต้องอาศัยทั้งแรงกาย แรงใจ ทักษะ และต้องอาศัยความคิดด้วย เพราะฉะนั้นไปครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่ายากจัง ท้อจัง เจ็บมือ เจ็บขา เป็นแผลถลอก อยากจะเลิกแล้ว แต่กิ๊บบอกเลยว่า นี่เป็นกีฬาที่ฝึกให้เราได้คิด กิ๊บรู้สึกว่าได้เอาชนะตัวเองทุกครั้งที่ไปปีนผา แล้วทุกครั้งที่ไป เราจะเห็นว่าตัวเองมี progress ที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ก็หวังว่าเพื่อนๆอ่านแล้วจะอยากมาปีนผากันบ้างนะ แล้วไว้มาเจอกันนะคะ ครั้งหน้าจะเอาเรื่องปีน outdoor มาเล่าให้ฟังบ้าง แล้วติดตามกันได้ค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาชมคะ่

supergibzz.com



1 thought on “[PART1] มารู้จักกีฬาปีนผา Rock climbing พื้นฐานและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มมาปีน”

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.