Follow by Email
Facebook
Instagram
YouTube

Filler เติมเต็มร่องที่ใต้ตา ลดโทรม ลดหน้าตอบ ลดวัย กับหมอเจี๊ยบ Minerva Clinic

Filler เติมเต็มร่องที่ใต้ตา ลดโทรม ลดหน้าตอบ ลดวัย กับหมอเจี๊ยบ Minerva Clinic

สวัสดีค่ะ สาวๆ

พอกิ๊บอายุเข้า 30 ปีนะคะ สังเกตเห็นปัญหาต่างๆของใบหน้า มันมาเยอะ แล้วเพิ่มขึ้นเร็วมากๆเลยค่ะ แล้วที่ชัดที่สุด คือเรื่องของริ้วรอย ซึ่งของกิ๊บจะเป็นชัดมากที่หางตา คือรอยตีนกานั่นแหละ รอยเส้นที่หน้าผาก และรอยตรงหัวคิ้วที่เกิดจากการที่เราขมวดคิ้วมากเกินไป อันนี้คือบอกเลยว่า กิ๊บต้องฉีด botox เป็นระยะๆทุก 6 เดือนค่ะ เพื่อให้ริ้วรอยดูจางลง และรอยไม่กลายไปเป็นร่องลึกถาวรซึ่งจะชัดมากไปว่านี้

ทีนี้ตอนนี้เริ่มมีปัญหาอีกอย่างค่ะ คือ volume loss บนใบหน้า ไขมันบนใบหน้าหายไปซึ่งเป็นตามวัย และเป็นตามธรรมชาติค่ะ อย่างคนที่หน้ามีไขมันเยอะหน่อย หรือเรียกง่ายๆว่าหน้ากลม หน้าอูมอยู่แล้ว อาจจะไม่เห็นความแตกต่างมาก หรือกลายเป็นชอบไป แต่อย่างกิ๊บ เป็นคนหน้าตอบ ไขมันน้อยอยู่เดิม พอ volume loss ปั๊บ หน้าดูโทรมชัดมากค่ะ

ยิ่งช่วงหลังๆ กิ๊บออกกำลังกายแล้วน้ำหนักลดลง กิ๊บผอมลง รวมทั้งไขมันบนใบหน้าหายไปเร็วมากๆค่ะ หน้ากิ๊บตอบมาก โทรมมากจนทุกคนตกใจค่ะ เลยคิดว่าแบบนี้ไม่ดีแล้วต้องรีบแก้ไขดีกว่า

จุดที่กิ๊บกังวลใจมากที่สุดคือ ร่องลึกใต้ตา ข้างจมูกค่ะ เพราะเป็นร่องชัดมาก แล้วทำให้ดูโทรมมากค่ะ ขนาดถ้าหน้านิ่ง ยังเห็นชัด ถ้ายิ้มนี่ยิ่งไปกันใหญ่ค่ะ ร่องชัด ถ่ายรูปเห็นชัด แล้วร่องนี้ทำให้ดูแก่มากๆเลยค่ะ

ทีนี้จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นบริเวณที่กิ๊บกังวลมากค่ะ เพราะเป็นจุดที่ใกล้ตา มีความเสี่ยงสูง กิ๊บต้องหาคุณหมอที่มีความชำนาญที่เราไว้ใจได้มากที่สุด เลยมีเพื่อนแนะนำมาว่าให้มาหาคุณหมอเจี๊ยบที่ Minerva clinic เพราะเพื่อนรักษากับคุณหมอประจำแล้วประทับใจมากค่ะ กิ๊บเลยตัดสินใจเลือกที่นี่ค่ะ

 

IMG_8290blog

 

 

Minerva Clinic

https://www.facebook.com/minervaclinic/

http://minervaskinclinic.com/

รายละเอียดติดต่อคลินิค กิ๊บโพสไว้ด้านล่างของบลอกนะคะ

Minerva clinic มีสองสาขานะคะ ที่สยามพารากอนและเซ็ทรัลพระรามสามค่ะ กิ๊บมาที่ Minerva Clinic สาขาสยามพารากอนค่ะ อยู่ที่ชั้น 4 เยื้องๆกับ Asiabooks หาไม่ยากเลย คลินิคสวย บรรยากาศดี และดูสะอาด

มาเจอคุณหมอแล้ว คุณหมอน่ารักสมคำร่ำลือค่ะ เป็นกันเอง และน่ารักมากเลย

กิ๊บเลยปรึกษาคุณหมอเรื่องที่มีความกังวล  โดยเฉพาะร่องใต้ตา คุณหมอเลยบอกว่า ทางแก้ที่เหมาะสำหรับกิ๊บที่มีปัญหา Volume loss เฉพาะจุดที่สุดเลย คือ Filler ค่ะ จะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และฉีด botox ที่หน้าผากค่ะ

 

 

การฉีด Filler คืออะไร

Filler คือ สารเติมเต็ม ใช้สำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง ซึ่งที่มาของสารที่มาทำฟิลเลอร์นั้นมีหลายแบบขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ฟิลเลอร์นั้นจะสามารถอยู่ในร่างกายค่ะ

Filler มีกี่ชนิด

3 ชนิด คือ

ชนิดแรก สารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

ชนิดที่สองเราจะเรียกว่า แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) แบบนี้จะมีอายุยาวกว่าแบบแรก สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง

ชนิดสุดท้าย แบบถาวร (Permanent Filler) จะเป็นสารเติมเต็มจำพวก ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังฉีดไปแล้วจะสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สลายไปตามธรรมชาติ โดยในปัจจุบันฟิลเลอร์แบบนี้มีการใช้น้อยลงแล้วค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นแบบชั่วคราวหรือกึ่งถาวรค่ะ 

Filler ทำมาจากอะไร มีส่วนประกอบอะไร

ฟิลเลอร์ที่ใช้ในปัจจุบัน ทำมาจาก Hyaluronic acid collagens, หรือ biosynthetic polymers

ซึ่ง biosynthetic polymer ที่ใช้ได้แก่ poly-L-lactic acidcalcium hydroxylapatite, and polymethylmethacrylate ชนิดที่ใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์

แบรนด์ของ Filler หลักๆมีอะไรบ้าง

แบรนด์หลักที่นิยมใช้เลย คือ

Restyle  ของบริษัท Galderma

Juvéderm ของบริษัท Allergen ประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นตัวที่ได้รับการรับรองจาก FDA ของอเมริกาค่ะ 

Perfecta ของ บริษัท Sinclair Pharmaceuticals ประเทศฝรั่งเศส

Perlaneจากประเทศสวีเดน

Yvoire

Filorga

ทุกตัวที่กิ๊บพูดถึงเป็น Filler ที่ทำจาก Hyaluronic acid

กิ๊บบอกไม่ได้นะคะ ว่าฉีดตัวไหนดี ตัวไหนไม่ดี อยากให้เพื่อนๆลองปรึกษาคุณหมอเพื่อความเหมาะสมมากกว่า

ทำไมต้องฉีด Filler

อย่างที่เล่าให้ฟังตอนต้น ว่าฟิลเลอร์

ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็ม แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก แก้ปัญหา  volume loss เช่น ลดริ้วรอยร่องแก้ม เติมรอยแก้แผลเป็น

สามารถตกแต่งรูปหน้าได้ เช่น เติมจมูกรูปหยดน้ำ เติมคาง หรือเสริมดั้งจมูก

สริมเติมรูปหน้าในส่วนที่ต้องการ อาทิ เพิ่มความอวบอิ่มของริมฝีปาก

ใช้ในการบำรุงผิวให้กลับกระชับเปล่งปลั่ง ในบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ ก็ทำได้ค่ะ

ปัญหาหลักที่ต้องการการแก้ไขด้วยฟิลเลอร์คือ การแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกของผิวหนังค่ะ เพราะอายุที่เพิ่มขึ้น จะสูญเสีย collagen ไปตามวัย ทำให้ผิวหน้าทุกส่วนดูผ่อ ไม่อิ่ม ไม่เต่งตึง ร่องและริ้วรอยจะดูชัดขึ้น

อยู่ได้นานเท่าไหร่

ฟิลเลอร์ชนิดที่ฉีดในปัจจุบัน อยู่ได้นาน 6-18 เดือน ขึ้นกับการดูแลรักษาค่ะ

สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ที่ไหน

          ฟิลเลอร์ต้องได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นค่ะ

เตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด

ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาเป็นพิเศษ วันที่ฉีด ไม่ควรแต่งหน้ามานะคะ เพราะต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่หน้าก่อนทำการฉีดค่ะ ก่อนฉีดแพทย์จะทายาชาไว้ที่หน้า เป็นเวลา 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงแล้วแต่ชนิดของยาค่ะ

หลังฉีดต้องดูแลยังไงบ้าง

หลังฉีดเลยต้องทานน้ำเยอะๆค่ะ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวันในวันหลังฉีดสองสามวัน เพราะปริมาณ volume ที่จะได้หลังฉีดขึ้นกับน้ำที่เราทานเข้าไป ถ้าทานน้ำน้อย ฟิลเลอร์จะไม่ฟูตัวเต็มที่ได้ค่ะ

หลังฉีดสามารถกลับบ้านได้ทันที จำแหน่งที่ฉีด อาจจะมีบวม ช้ำหรือมีรอยได้ มากน้อยขึ้นกับปริมาณที่ฉีดและแพทย์จัดทรงฟิลเลอร์นั้นมากน้อยขนาดไหนค่ะ อย่างกิ๊บเคยฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกเมื่อนานมาแล้ว จมูกช้ำอยู่เป็นรอยม่วงเป็นอาทิตย์เลย แต่ที่ฉีดใต้ตาคราวนี้ไม่เป็นรอยเลยค่ะ

หลังฉีด ควรเลี่ยงการลงน้ำหนักที่บริเวณที่ฉีด อย่างถ้าฉีดสันจมูกหรือแก้มก็ห้ามใส่แว่น 3 วันค่ะ

หลีกเลี่ยงการใส่แว่นตาเป็นเวลา 3 วันหลังฉีด (กรณีฉีดเสริมจมูก)
หลีกเลี่ยงการกดผิวบริเวณที่ฉีดการกรอผิวและใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราวเช่น AHA, BHA หรือ Retinoid gel 7 วันหลังฉีด
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางเป็นเวลา 12 ชั่วโมงหลังฉีด
หลีกเลี่ยงเซาว์น่า, สตรีมหรือเลเซอร์ตลอดระยะเวลาที่มี Filler อยู่บนใบหน้า เพราะฟิลเลอร์จะสลายตัวเร็วขึ้นจากความร้อนค่ะ
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์

ขึ้นอยู่กับชนิดแบรนด์ฟิลเลอร์ที่ใช้ และหัตถการที่ทำเลยค่ะ ว่าฉีดอะไร เทคนิคยากง่ายในการฉีด และปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ค่ะ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

เห็นผลทันทีหลังฉีดค่ะ อย่างถ้าเติมคาง เติมร่องแก้ม ก็เห็นผลแทบจะทันทีเลยว่าผลออกมาเป็นยังไง แต่จะชัดสุดหลังฉีด 3  วันหลังทานน้ำ และฟิลเลอร์ชุ่มน้ำแล้ว

ไม่ต้องพักฟื้นนานเหมือนการทำศัลยกรรม

แก้ปัญหาริ้วรอย volume loss ได้เร็วกว่าการทาครีมบำรุงผิวมาก

ไม่ถาวร สามารถย่อยสลายไปได้เองตามกระบวนการการทำงานของร่างกาย ภายใน 6-18 เดือนแต่ก็สามารถฉีดเติมได้เรื่อยๆ

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

ก็อย่างที่เคยได้ยินข่าวนะคะ ว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด อันนี้เกิดขึ้นได้จริง ในการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใกล้ดวงตา และมีเส้นเลือดที่จะเข้าไปเลี้ยงดวงตาเยอะ เพราะฉะนั้นต้องฉีดกับคุณหมอที่ชำนาญเท่านั้นค่ะ

อยู่ได้นาน 6-18 เดือนถ้าเราฉีดแล้วไม่ชอบก็ต้องรอสลาย

เจ็บและมีการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย

บางจุด อาจต้องมีการพักฟื้นนานค่ะ

พอรู้ข้อดีข้อเสียแล้ว มาดูการฉีดกันเลยดีกว่า

คุณพยาบาลทำความสะอาดหน้า และพอกยาชารอเป็นเวลา 45 นาทีแล้วเช็ดออก คุณหมอก็เอาแอลกอฮอลและเข็มมาพร้อมฉีดแล้วค่ะ

เริ่มจากการฉีด Botox ที่หน้าผากก่อนเลย ซึ่งการฉีด botox กิ๊บเคยเขียนบลอคไว้แล้ว รายละเอียดดูได้ที่นี่ค่ะ 

ที่ Minerva Clinic ใช้ botox  ของ Allergan (USA) แบรนด์เดียวเท่านั้นค่ะ ไม่มีให้เลือก เพราะคุณหมอเลือกที่ดีที่สุดมาให้แล้วค่ะ ^^  

บอกเลยว่าไม่เจ็บเลย สบายๆมากๆค่ะ คุณหมอมือเบามากจริงๆ

เสร็จแล้ว ถึงขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ คุณหมอเริ่มประเมินร่องที่ใต้ตาและร่องแก้มของกิ๊บ ว่าจะฉีดยังไง

ที่ Minerva Clinic ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพภายใต้แบรนด์Restylane, Juvederm (USA) และ Perlaneจากประเทศสวีเดนซึ่งผ่านการรับรองจาก FDA ของอเมริการแล้วค่ะ 

 

มาถึงการฉีด filler ใต้ตา กิ๊บแอบตื่นเต้นหน่อย เพราะกิ๊บทราบว่าเข็ม filler น่ะใหญ่กว่าเข็ม botox แล้วเวลาฉีดก็เจ็บกว่า แต่คุณหมอเจี๊ยบมือเบามาก ไม่เจ็บนะคะ แค่อึนๆตึงๆบริเวณที่ฉีด กับเสียวซะมากกว่าเพราะใกล้ตาเชียว คุณหมอค่อยๆฉีด เพื่อให้สวย บาลานซ์สองข้าง พอฉีดคุณหมอจะใช้นิ้วกดๆปั้นๆฟิลเลอร์ไปด้วย ซึ่งอันนี้กิ๊บว่าเป็นศิลปะ เป็นทักษะนะคะ ขึ้นอยู่กับคุณหมอจริงๆ ว่าจะออกมาสวยหรือไม่สวย เพราะฉะนั้นการเลือกคุณหมอที่เก่งและมีทักษะ เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆเลยค่ะ

พอฉีดเสร็จ คุณหมอให้นอนหัวสูง และงดนอนราบ 4 ชั่วโมง (กัน botox ผิดจุด) และให้ทานน้ำเยอะๆ (ให้ฟิลเลอร์ฟูเต็มที่ค่ะ)

มาดูผลการฉีดกัน ทันทีหลังฉีดเสร็จ

ตรงหน้าผากที่ฉีด botox กิ๊บทำมาหลายครั้งแล้ว ไม่มีแผล ไม่ช้ำค่ะ แค่จะมีจุดแดงที่เลือดแข็งตัวตรงรอยแผล และนูนๆหน่อยจากยา เย็นนั้นล้างหน้าก็หายไปค่ะ แต่ที่แปลกใจมากคือ ใต้ตาที่ฉีดฟิลเลอร์ไม่เป็นรอยเลย เพราะกิ๊บเคยฉีดฟิเลอร์ตรงดั้งจมูกมาก่อนช้ำอยู่เกือบอาทิตย์ค่ะ แต่อันนี้ไม่มีรอยเลย คือดีงามมาก แสดงว่าคุณหมอมือเบามาก เทพค่ะ

collage1

ส่วนใต้ตา สังเกตเห็นมั้ยคะ ว่าเริ่มดูอิ่ม และรอยใต้ตาดูเต็มมากขึ้นแล้ว ดูตื้นลง แต่ยังไม่เต็มที่มากนักค่ะ

collage5

ผลหลังทำ 1 อาทิตย์

Botox ที่หน้าผาก ชักเจนมากค่ะ ริ้วรอยที่ยับบริเวณหน้าผาก หายไปหมดเลย มีความสุขที่สุด

ที่ดีมากๆ อีกอย่าง คือ บางที่คุณหมอจะฉีดมาให้ จนหน้าผากตึงเปรี๊ยะ คิ้วดูโก่ง หน้าดูตึงมาก แต่คุณหมอเจี๊ยบฉีดมาแล้ว พอดีมากๆเลยค่ะ คิ้วไม่โก่งไป ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา คืออันนี้เป็นฝีมือนะคะ คุณหมอยอมรับเลยว่าฝีมือดีจริงค่ะ


collage2

 

มาดูฟิลเลอร์ใต้ตาบ้าง ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ ชัดมากเลยค่ะ ว่าร่องลึกใต้ตา ที่กิ๊บไม่ชอบมากๆนั้น ดูตื้น ดูอิ่ม ใต้ตา ดูอิ่มมากขึ้น และไม่โทรม แต่ก็ไม่นูนเกินจนหลอกตา หน้าดูสดใสขึ้น ไม่โทรมอย่างที่เคยเป็นค่ะ

ตรงโหนกแก้มที่เคยบุ๋มเป็นลักยิ้ม ซึ่งกิ๊บไม่ชอบ เพราะมันดูแก่ แต่พอเติมฟิลเลอร์แล้ว ดูแก้มอิ่ม เต็ม และดูหน้าเด็กลง ไม่มีร่องแล้ว ดีใจๆ

collage4
ขอบอกนะคะ ว่าฝีมือการฉีดฟิลเลอร์และ botox ของคุณหมอเทพมากจริงๆ และออกมาสวยสมใจอย่างที่อยากได้เลยค่ะ ต้องขอบคุณคุณหมอเจี๊ยบมากๆ ติดใจเลยและสงสัยต้องมาพึ่งฝีมือคุณหมออีกบ่อยๆแล้วค่ะ 

 สำหรับท่านที่สนใจ ติดต่อคลินิคได้ที่นี่ค่ะ  มีสองสาขานะคะ ที่สยามพารากอนและเซนทรัลพระรามสาม ถ้าอยากเข้าตรวจกับคุณหมอเจี๊ยบ แนะนำให้เช็คล่วงหน้าและทำการนัดคิวก่อนน้า คุณหมอคนไข้เยอะจ้ะ

SIAM PARAGON, FL2
02-610-9636
02-610-9397
086-348-4116
Line : minervaclinicsiam

CENTRAL PLAZA RAMA3, FL3
02-673-7044-5
084-438-6524
Line : minervaclinicrama3

ขอบคุณทุกคนมากๆที่เข้ามาชมค่ะ



Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.