Follow by Email
Facebook
Instagram
YouTube

[France trip] ตลุย French Riviera เมืองชายหาดฝรั่งเศสตอนใต้ Eze Nice Monaco

[France trip] ตลุย French Riviera เมืองชายหาดฝรั่งเศสตอนใต้ Eze Nice Monaco

 สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ

วันนี้ กิ๊บจะมาชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวฝรั่งเศสกัน ด้วยความที่ทริปนี้ กิ๊บไปแบบยาวนานมากๆค่ะ ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 13 วัน 12 คืน ไล่ยาวเลยตั้งแต่ Paris – Rennes – Mont St Michel – Tours – Eze Village – Nice – Monaco – Cannes แถมตอนท้าย หนีไปเที่ยวเมือง Barcelona ประเทศ Spain และยังแอบแถม Amsterdam ประเทศ Netherland อีก เรียกว่าทริปนี้ทริปเดียว เที่ยวยุโรปแบบสะใจเลยฮะ กิ๊บเดินทางแบบ Backpack วางแผนเองตลอดทั้งทริปนะคะ มีช่วงท้ายประมาณ 6 วันด้วยที่เดินทางคนเดียวเปล่าเปลี่ยวใจมากมาย แต่ทริปนี้ก็สนุกมากๆค่ะ ได้ประสบการณ์อะไรดีๆเยอะเลย

เลยคิดแล้วว่า มาเล่าทริปทั้งหมด ได้ยาวสิบตอนแน่ๆค่ะคุณขา 555 เลยต้องขออนุญาต ตัดตอน ส่วนที่คิดว่ามีคนเขียนถึงน้อย แต่คนไทยอยากไปเที่ยวกันเยอะ มาเล่าให้ฟังกันก่อนเลยแล้วกันค่ะ คือช่วงที่กิ๊บไปเที่ยวเมือง Eze – Nice – Monaco – Cannes อันนี้ตัดสินจากประสบการณ์ตัวเองเลย เพราะตอนหาข้อมูลเป็นส่วนที่มีคนเขียนถึงค่อนข้างน้อยค่ะ

ก็ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ สายการบิน Air France ผู้ให้สนับสนุนตั๋วเครื่องบินสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ และบริษัท Diethelm ที่ให้การสนับสนุน France Rail Pass มาด้วยนะคะ ตอนที่แล้วกิ๊บได้เล่าประสบการณ์การเดินทางกับสายการบิน Air France ที่ได้นั่งที่นั่งและบริการพิเศษเป็นครั้งแรก อ่านได้ที่นี่เลยค่ะ

collage1

ใครที่สนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดการจองตั๋วเดินทางทางรถไฟในยุโรปง่ายๆ ได้ที่เวบ www.diethelmrail.com เลยค่ะ ในเวบเป็นภาษาไทยด้วย สามารถซื้อไปได้จากประเทศไทย ในราคาเบาๆกว่าไปซื้อที่ฝรั่งเศส นอกจากตั๋ว France Rail Pass แล้ว ยังมีตั๋ว Rail Pass ในยุโรปอีกหลายอย่างให้เลือกด้วย ขอบอกว่าตั๋วที่สั่งซื้อมาถึงที่บ้านไวม้ากกกก สั่งไปทางเวบวันรุ่งขึ้นส่งมาทาง EMS ถึงบ้านเลย รวดเร็วทันใจสุดๆ

หน้าเวบเค้าจะเป็นแบบนี้เลยค่า

2

ตั๋ว France Rail Pass จะมีระยะเวลาแตกต่างกันไป และราคาแตกต่างกันค่ะ โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 1st class และ 2nd class ซึ่งรถไปในประเทศฝรั่งเศสจะแบ่งเป็นสองชั้นตามนี้ทั้งหมด เราก็เลือกตามจำนวนวันที่เราต้องการเดินทางค่ะ จะได้คุ้มค่ามากที่สุด

โดยเวลาที่เราจะไปใช้ที่ฝรั่งเศส ก็สามารถเอาตั๋ว France Rail Pass นี้ไปติดต่อที่สถานีรถไฟในบริเวณออฟฟิสได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่เค้าจะออกตั๋วที่จะใช้ในการเดินทางให้เราอีกใบหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีส่วนต่างที่ต้องจ่ายราคาเพิ่มบ้างนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับเที่ยวรถไฟที่เราจะเดินทางรอบนั้นๆ บอกไม่ได้ค่ะว่ารอบไหนจะถูกหรือแพง อย่างถ้าเจ้าหน้าที่เค้าบอกราคามาแล้วแพงมากไป เราอาจจะขอเลือกเที่ยวอื่นที่เพิ่มราคาส่วนต่างน้อยหน่อยได้ แต่การที่เรามี France Rail Pass จะทำให้เราได้ตั๋วรถไฟเดินทางในฝรั่งเศสในราคาที่ย่อมเยาว์ลงไปอีกเยอะเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ซื้อตั๋ว France Rail Pass ไปก่อนแล้วไปซื้อตั๋วรถไฟที่โน่น จะแพงม้ากกก 1

Nice – Eze – Monaco

จริงๆทริปฝรั่งเศสเที่ยวนี้ของกิ๊บ มี Nice Eze Monaco เนี่ยล่ะค่ะ เป็น highlight เพราะว่ากิ๊บเคยไปเที่ยว Paris มาหลายครั้งแล้ว คราวนี้เลยตั้งใจมากๆเลยว่า อยากจะไปเที่ยวส่วนอื่นๆของประเทศฝรั่งเศสบ้าง แล้วเห็นรูปของ Nice แล้วมันใช่เลย เมืองริมทะเลของฝรั่งเศส โอ้ย แค่คิดก็สุดยอดแล้วค่ะ กิ๊บเลือกใช้เวลาอยู่ที่นี่สามวันเต็มๆค่ะ จริงๆ อยากใช้เวลานานกว่านี้ แต่เวลามีน้อย ที่อยากไปเยอะค่ะ 5555
Nice Eze และ Monaco เป็นส่วนตอนใต้ของฝรั่งเศสที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นแนวยาวจนถึงประเทศอิตาลีเลยค่ะ ในส่วนนี้จะมีหลายๆเมืองมากๆ มีชื่อเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า French Riviera หรือในภาษาฝรั่งเศสว่า  Côte d’Azur โดยตรง French Riviera นี้จะถือเป็นเมืองตากอากาศที่ทั้งชาวฝรั่งเศส และนักท่องเที่ยวทั้งหลาย เลือกเป็นที่พักผ่อนกันค่ะ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ คือ Nice ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินที่ใหญ่ที่สุดนอกพื้นที่ปารีสด้วยแหละ เรียกได้ว่าตรง French Riviera เนี่ย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยี่ยมเยือนมาก รองจากปารีสเท่านั้นเองเลยด้วย
cote-d-azur-map
อย่างที่บอกว่าแถบนี้ เป็นเมืองริมทะเล ให้บรรยากาศแบบเมืองตากอากาศสุดๆ เพราะฉะนั้น อากาศในแถบนี้ ก็จะค่อนข้างอบอุ่นกว่าส่วนอื่นๆ ของประเทศฝรั่งเศสเยอะเลยค่ะ แต่ฤดูที่เรียกได้ว่า เป็น ฤดูที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนเยอะที่สุดเลย ก็ต้องเป็นช่วง summer ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม จนถึงสิงหาคม แต่เดือนที่ฮิตและนักท่องเที่ยวเยอะที่สุด โรงแรมจะหายากและแพงมากกกก คือเดือนสิงหาคมค่ะ ขนาดว่ากิ๊บเลี่ยงมาเดินทางช่วงกันยายนแล้ว โรงแรมยังถือว่าแพงมากๆเลยแหละ เดือนที่กิ๊บไปนี่ อุณหภูมิประมาณ 27 องศาตอนกลางวัน และ 17 องศาตอนกลางคืน เฉลี่ยประมาณ 22 องศา แต่บอกเลยว่า แดดแรงและร้อนมากค่ะ สูสีกะแดดไทยเลยทีเดียว มีเกรียม 555 ตอนอยู่ที่นั่นคือลงมาจากปารีสซื่งหนาวกว่านี้เยอะ รู้สึกเลยว่า ร้อนมากกกก ช่วงนี้นักท่องเที่ยวก็ยังลงทะเลได้สบายๆ เพราะฉะนั้น ถ้าใครอยากมาแบบให้ได้บรรยากาศ summer แต่อยากให้นักท่องเที่ยวน้อยลงหน่อย เดือนกันยายนก็เป็นทางเลือกที่ดีจ้า
ขอเกริ่นเรื่องแผนการเดินทางอีกนิด จริงๆ French Riviera นี่มีหลายเส้นทาง หลายแพลนที่สามารถวางได้มากๆค่ะ แต่กิ๊บเลือกให้เมือง Nice เป็น Base และไปกลับทุกที่ แล้วกลับมานอนที่ Nice ทุกคืนเพื่อความสะดวกในการเดินทางนะ ก็ Backpack เลยไม่อยากแบกกระเป๋าไปมาเยอะค่ะ 555 และอีกอย่างที่สำคัญมากคือ แถบ French Riviera นี้จะเน้นการเดินทางส่วนใหญ่ด้วยรถบัสนะคะ อย่างกิ๊บตอนแรกๆ ไม่ชินเลย เพราะจะชอบเดินทางด้วยรถไฟมากกว่า แต่พอมาจริงๆแล้ว ไม่ยากเลยค่ะ รถบัสที่นี่ค่อนข้างตรงเวลา และมี schedule ที่ชัดเจนมากๆค่ะ เวบที่มีรายละเอียดของรถบัสทั้งหมด ดูได้ที่นี่ค่ะ www.lignesdazur.com

9/9/57

 

ที่หมายที่กิ๊บจะพาเพื่อนๆเดินทางไปในวันนี้ คือเมือง Nice (นีซ) ค่ะ เมือง Nice  เป็นเมืองหลักใหญ่ของ French Riviera ค่ะ และเรียกได้ว่าเป็นที่หมายที่คนมาเที่ยวแถบนี้ยังไงก็ต้องแวะมา ด้วยความที่เป็นเมืองเลียบทอดตัวตามแนวยาวของทะเล ให้บรรยากาศแบบเมืองชายทะเล เหมาะแก่การพักผ่อน มองไปทางไหนก็เห็นชายหาด และทะเลสีฟ้าเขียว โอ้ยยย วิวสวยเลิศจริงๆค่ะ นอกจากนี้ ด้วยความที่เมือง Nice เป็นเมืองตากอากาศที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะฉะนั้นตัวเมืองเลยมีความคลาสสิค ด้วยตึกรามบ้านช่อง สี Pastel เปลี่ยนมุมจากทะเล มามองตึกรามบ้านช่องก็สุขใจแล้วค่ะ นอกจากนี้ยังมีอารยธรรมที่สืบขึ้นไปได้ถึงยุคโรมัน ดูตัวอย่างได้จากมีพิพิธภัณฑ์ของซากปรักหักพังจากสมัยโรมันให้ดูกันด้วย เรียกได้ว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่ ที่มีเสน่ห์ให้ค้นหาเยอะเลยค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

กิ๊บเลือกที่จะเดินทางจากปารีสไป Nice ด้วยการบินในประเทศค่ะ เพราะเวลาน้อย อยากจะเที่ยวเยอะๆ ถ้าบินใช้เวลาประมาณ 1 ชม 15 นาที แต่จริงๆมีรถไฟ TGV ตรงนะคะ ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงค่ะ แต่บอกตรงๆว่า ไม่ชอบเดินทางด้วยรถไฟตอนกลางคืนเลย มันนอนไม่ค่อยหลับ ไม่มีแรงเที่ยว แต่จริงๆก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากประหยัดค่าโรงแรมและใช้เดินทางทาง TGV กลางคืนเหมือนกันนะ กิ๊บบินไฟลท์เช้าเลยค่ะ เครื่องออก 7.00น ต้องตื่นมาขึ้นเครื่องตั้งแต่ตีสี่ครึ่งกันเลยทีเดียว ด้วยความกลัวตกเครื่องจัด และเช้าขนาดนี้ รถไฟฟ้าใต้ดินยังไม่เปิด และถ้ารอรถไฟเที่ยวแรกคือตีห้า กว่าจะไปถึง airport CDG ที่โอกาสตกเครื่องแน่ๆ เลยติดต่อโรงแรมให้จ้าง Taxi ให้ ซึ่งเค้าจัด Taxi มาให้แบบเป็นรถไม่ได้เหมา เค้าจะตระเวนรับนักท่องเที่ยวที่จะไป airport เช้าวันนั้นมาจากหลายๆโรงแรม ซึ่งราคาจะเบากว่าเหมา Taxi ทั้งคันไปเยอะพอสมควรค่ะ สนนราคาอยู่ที่ 17 ยูโรต่อคนค่ะ
มาถึง  Nice Côte d’Azur Airport แต่เช้าเลย 8.15น ค่ะ  พอมาถึงเดินมารีบกระเป๋าง่ายๆ ไม่หลงทางค่ะ เพราะ Airport ที่นี่ไม่ใหญ่และวุ่นวายเหมือน CDG airport ของปารีสนะ พอรับกระเป๋าเสร็จ เดินออกมาตรงด้านหน้าของ airport จะเจอท่ารถบัสเลย ซึ่งเป็นท่ารถใหญ่มากค่ะ จะมีรถแบ่งเป็นสายๆ แยกไป Monaco, Cannes รวมทั้งรถที่จะส่งเราไปที่หมาย คือ Nice นั้น จะมีรถให้เลือกสองแบบ คือแบบรถด่วน express สาย 98 และ 99 แบบนี้จะวิ่งตรงกว่าเร็วกว่า แต่ราคาแพงคือ 6 ยูโร แต่จะมีรถอีกแบบที่ช้ากว่าค่ะ คือสาย 23 ขึ้นได้ที่หน้า Terminal 1 ค่ะ ราคาเที่ยวละ 1.50 ยูโร แน่นอนว่าเราเลือกแบบประหยัด 5555 เพราะว่ารถสายนี้กิ๊บหาข้อมูลมาแล้วว่าจะมาส่งถึงใจกลางเมือง Nice ใกล้โรงแรมที่จองมากกว่าด้วย สามารถซื้อตั๋วเดินทางได้ที่ตู้ขายตั๋วที่อยู่หน้าท่ารถเลย ดูรายละเอียดเรื่องวิธีการเดินทางเข้าเมืองเพิ่มได้ที่นี่ค่ะ
ใช้เวลาเดินทางบนรถไฟไม่นาน ประมาณ 40 นาที ก็มาถึงที่หมาย ป้าย Albert 1st ลงมาเดินอีกนิด เพื่อจะมาเก็บของที่โรงแรมก่อนค่ะ จะได้ไม่เกะกะ กิ๊บเลือกพักที่โรงแรม Le Petit Trianon เลือกที่นี่เพราะอยู่ใจกลางเมืองเลย เดินไปไหนมาไหนสะดวกมากๆ และรีวิวในเวบก็ให้รีวิวไว้ดี๊ดีค่ะ ตอนมาถึงงงนิดหน่อย ทำไมที่อยู่โรงแรมเรากลายเป็นร้าน Chanel หว่า ปรากฎว่าไม่ใช่ค่ะ โรงแรมนี้เค้าตั้งอยู่ที่ชั้นสองเหนือร้าน Chanel ตังหาก โรงแรมที่ไม่แพงมากแถว Nice นี้ก็จะใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าแบบนี้ ด้วยการเอาอพาร์ทเมนต์มาซอยย่อยเป็นโรงแรมแบบนี้ล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าจะเจอโรงแรมอยู่ชั้นสองสามสี่ของตึก พอเชคอิน เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็ขอออกเที่ยวเลยดีกว่า (เดี๋ยวโรงแรมจะมาพูดถึงคืนนี้ละกันนะ)
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หลังจากเล็งเวลาแล้ววันนี้ มีเวลาเที่ยวทั้งวันเลย เลยตัดสินใจไป ​Eze Village วันนี้ก่อนเลยค่ะ โดยจะเก็บ Monaco แยกไว้พรุ่งนี้ จะได้เดินสบายๆไม่ต้องรีบ อย่างบางคนจะเที่ยวรวบสองเมืองนี้ในวันเดียว เพราะ Eze เป็นหมู่บ้านเล็กๆระหว่างทางไป Monaco แต่ใจกิ๊บว่ามันจะอัดไปหน่อยในวันเดียว และด้วยความที่ Eze สวยมากกกก เลยอยากมีเวลานานๆค่ะ
1
วิธีการเดินทางในตัวเมือง Nice หลักๆ คือรถไฟฟ้าแบบราง (tramway) และรถบัส ส่วนใหญ่กิ๊บจะใช้รถไฟฟ้าในเมือง และถ้าไปเมืองอื่นๆใกล้ๆ กิ๊บจะนั่งรถบัสค่ะ เพราะว่ายังไงก็ชัวร์กับรถไฟมากกว่า ว่ามันน่าจะหลงทางยากกว่า แต่รถรางไฟฟ้าที่นี่เค้าสายสั้นๆ ยังไม่ครอบคลุมเมืองนักค่ะ
ตั๋วรถไฟที่นี่ เที่ยวเดียว 1.50 ยูโร แต่ถ้าซื้อ 10 ใบ ราคา 10 ยูโร คุ้มกว่าเยอะ กิ๊บเลยซื้อแบบนี้ค่ะ เวลาซื้อตั๋วกดที่ตู้ข้างทางตรงสถานีรถไฟได้เลย แต่ระวังนะคะ มันจะไม่ค่อยรับบัตรเครดิตไทย เตรียมเงินสดไว้กดดีกว่าค่ะ ดูสถานีรถไฟได้ที่นี่ค่ะ (pic source : www.nicecotedazur.org)
carte-parkings.original
วันนี้กิ๊บเลยเลือกนั่งรถรางไฟฟ้า ไปที่สถานี Vauban ซึ่งเป็นท่ารถบัสใหญ่เลยค่ะ พอลงจาก Tram มาเดินตามทางที่คนเดินเยอะๆ ไปทางซ้ายมือ จะเจอที่จอดรถใหญ่ ให้เดินเลยไปอีกนิด ลดใต้อุโมงค์นิดนึง จะเจอท่ารถที่เป็นที่จอดรถบัสเต็มเลย อยากรู้ว่าคันไหนที่เราจะเดินขึ้น ก็เดินหาตามป้ายแต่ละช่องเลยค่ะ รถแต่ละสายจะมีที่จอดเฉพาะ
2
จริงๆวิธีการเดินทางไป Eze Village มีหลายวิธี หลายบัสมากๆ (ใครสนใจวิธีการอื่นก็ลอง search ดูนะคะ กิ๊บอ่านหาข้อมูลจนงง เพราะมีหลายวิธีม้าก) แต่สายที่กิ๊บเลือกจะไป Eze Village คือสาย 82 ค่ะ เพราะสายนี้ออกรถบ่อยมาก และจะขึ้นไปถึงยอดของ Eze village เลยด้วย สายนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที รถออกทุกชั่วโมงค่ะ เชคตารางเดินรถได้ที่นี่ค่ะโดยสาร 1.5 ยูโรเอง โดยไม่ต้องซื้อตั๋วก่อน แต่สามารถจ่ายที่คนขับได้เลย (ตั๋วรถบัสนอกเมืองแบบนี้ไม่สามารถใช้กับตั๋วเดินทางที่ใช้ขึ้นรถบัสในเมืองได้นะคะ) มีทางเลือกรถบัสอีกหลายสาย คือสาย 112 และ 100 ค่ะ แต่จะไม่บ่อยเท่าสายนี้ วิ่งคนละทางกัน และต้องระวังนะคะ เพราะบางสาย จะบอกว่าไป Eze แต่ไม่ได้ขึ้นไปที่ Village บนเขาทำให้ต้องต่อรถบัสอีกคัน ลำบากมากค่ะ
ตอนที่กิ๊บเดินทางมาถึงเป็นช่วงเกือบๆเที่ยงค่ะ ซึ่งโป๊ะเซ๊ะเป็นช่วงที่เค้าหยุดเดินรถ 1 ชมให้คนขับรถพักเที่ยวพอดี เลยต้องนั่งรอประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ระหว่างที่รอก็มีนักท่องเที่ยวคนอื่นมารอขึ้นรถอีกเต็มเลย รถบัสสายนี้เค้าฮิตจริงๆค่ะ คนเยอะจนนึกว่าจะไม่มีที่พอซะแล้ว แต่ตกลงก็ได้ขึ้นมานะ รถบัสใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที และวิวตลอดทางสวยมากๆค่ะ เรียกว่าตลอด 30 นาทีนี้ตื่นตาตื่นใจกับวิวทะเล  Mediterranian มากๆอ้ะ แอบบอกนิดนึงว่าวิวตรงทางรถบัสขึ้นมา Eze Village นี้สวยมากๆค่ะ กิ๊บร่ำร้องจะลงไปถ่ายรูปหลายรอบเลย แต่กลัวจะหลงรถหลงทาง เลยไม่ได้ลงป้ายก่อนค่ะ

Eze Village

รถบัสพาขึ้นมาถึงบนเขาแล้ว จดตรงป้าย Eze Village คนลงแทบจะหมดรถเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวหลง พอลงมาแล้ว จะเจอกับร้านน้ำหอมเต็มไปหมด เพราะแถวๆนี้ มีชื่อเสียงเรื่องการทำน้ำหอมมาแต่โบราณค่ะ เดินมาอีกนิดเดียว เงยหน้าก็จะเจอกับยอดเขาและจุดชมวิวที่สวยที่สุด ที่ทุกคนที่มา Eze Village ต้องมา คือ Jardin Exotique d’Eze ค่ะ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
แต่เนื่องจากตอนนั้นจะบ่ายโมงแล้ว หิวค่ะ 555 กิ๊บกับเพื่อนเลยขอรองท้องง่ายๆ ด้วยร้าน sandwich แบบ Baguette ง่ายๆที่ด้านหน้าก่อน ให้ท้องอิ่มแล้วค่อยลุยต่อ แต่ถ้าใครอยากทานข้าวแบบดีๆ วิวชิวๆนะ ให้เข้าไปทานด้านบนของเขาค่ะ จะมีร้านอาหารน่ารักๆอยู่ แต่นักท่องเที่ยวเยอะและราคาสูงหน่อยค่ะ
3

Jardin Exotique d’Eze

พอเติมพลังแล้ว ก็ไปลุย Jardin Exotique d’Eze กัน จริงๆแล้ว Jardin du Exotique d’Eze เป็นซากปรักหักพังของปราสาทเก่าที่ตั้งอยู่บนยอดสุดของ Eze Village แต่ทุกวันนี้ได้แปลงร่างมาเป็นสวน โดยหลักๆเลยคือต้นตะบองเพชร และต้นไม้เมืองร้อน แซมๆมากับรูปปั้นศิลปะค่ะ แต่แต่แต่ Highlight ที่เค้ามาดูกัน ไม่ใช่มาดูสวนหรือต้นไม้นะคะ เค้ามาชมวิวค่ะ เพราะเรียกได้ว่า ตรง Jardin Exotique นี้เป็นวิวที่สวยที่สุด ของ French Riviera แล้วอ้ะ เพราะเป็นมุมสูงมองลงมาเห็นทะเลและอ่าวยาวสุดแนวลูกหูลูกตา เห็นน้ำทะเลสีฟ้า Sapphire แบบนี้ มันสวยมากๆเลยจริงๆค่ะ ลืมบอกไปว่าค่าเข้า 6 ยูโรนะคะ แพงมากเลยทีเดียว แต่เห็นวิวมาจากรูปแล้วรู้ว่าคุ้ม ยอมจ่ายไปแต่โดยดีค่ะ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เดินถ่ายรูปกับต้นไม้นิดหน่อย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
4
แล้วค่อยๆปีนขึ้นมา หาวิว
เห็นวิวนี้ ฟินแล้วนะทริปนี้บอกเลย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
วิวสวยขนาดนี้  อยากอยู่นานๆมากค่ะ แต่ว่ามันร้อนมากกกกกก เดินวนอยู่ในนั้นได้ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ยอมแพ้ค่ะ เพราะว่าแดดจ้า แรงแผดเผามาก ไม่มีที่หลบแดดเลย เลยยอมออกมาเดินข้างนอก แต่โดยดี
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
แต่ไม่ต้องกลัวไม่มีอะไรดูนะคะ เพราะใต้ Jardin Exotique เป็นหมู่บ้านหินเล็กๆน่ารัก ที่แปลงสภาพมาเป็นร้านขายของเล็กๆเต็มไปหมด และมุมแต่ละมุมก็น่ารัก น่าถ่ายรูปมากๆค่ะ เรียกว่าแค่ตรงนี้ก็เดินเพลินแล้วอ้ะ
2.2
พอเดินกันสักพัก ออกมาจากตรงพื้นที่นี้ สังเกตรอบๆก็เป็นที่พักอาศัยธรรมดาแล้วค่ะ เลยตัดสินใจกลับเลยดีกว่า ขากลับนี้เดินมาหาท่ารถ แบบไม่ได้เตรียมข้อมูลมาเลยค่ะ ก็มาเจอกับรถบัสสาย 100 ที่จะวิ่งคนละทางกับที่เรามา เพราะทางนี้จะวิ่งลงจากเขามา และวิ่งเลียบทะเล mediterranian แบบพื้นราบ ในขณะที่สาย 82 ที่เรามาจะเน้นวิ่งบนเขา ก็เลยเรียกว่าได้เห็นวิวสองแบบเลย ซึ่งกิ๊บว่าเวิกมากๆค่ะ วิวมุมนี้จะเน้นหมู่บ้านแบบที่คนอยู่จริง ไม่ใช่แนวบ้านคฤหาสถ์ไฮโซเหมือนขามา แต่ก็สวยไปอีกแบบ สาย 100 นี้จะจอดบ่อยหน่อย และใช้เวลาเดินทางนานกว่าค่ะ กว่าจะกลับมาถึงตัวเมืองนีซ ก็ 16.00น แล้วล่ะ
เลยออกไปเดินเล่นสักนิด เพราะยังไปทานอาหารเย็นไม่ได้ค่ะ 555 คนฝรั่งเศสทานข้าวเย็นกันประมาณ 19.00 ขึ้นไปอ่ะ ถ้าไปเร็วกว่านี้ ร้านจะสงัดมาก

Nice

เลยออกไปเดินเล่น เริ่มต้นจาก Promenade du Paillon เป็นสวนขนาดใหญ่ ไล่ยาวไปตลอดทางเลยค่ะ ที่จะพ่นน้ำขึ้นมาจากน้ำพุเล็กๆตลอดทั้งแนวเลย และพ่นตลอดทั้งวันด้วยค่ะ ถ้าวันไหนร้อนๆนะ เดินมานั่งพักเดินเล่นตรงนี้นะ เย็นสบายมากเลย ช่วงเย็นๆจะมีนักแสดงเปิดหมวกออกมาแสดงด้วยค่ะ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เดินมาอีกนิดจะผ่านโซนขายของที่จะเชื่อมไป Place Messena แถวนี้มีปนๆกันหลายแนวค่ะ ทั้งร้านแนวธรรมดาๆ อย่าง Yves Rocher ไปจนถึงร้านไฮโซแบรนด์เนมอย่าง Chanel และ Dior ค่ะ แต่ร้านแบรนด์เนมแถบนี้จะไม่ได้เยอะมากนะคะ ต้องไปที่ Cannes หรือ Monaco จะเยอะกว่านี้ค่ะ ตรงมุมจตุรัส Place  Messena ตรงนี้มี Galleries Lafayette ห้างดังของฝรั่งเศสด้วยค่ะ แต่สาขานี้เล็กๆนะคะ ของจะไม่เยอะมาก
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พอมาถึงใจกลาง Place Messena แล้ว ไม่ถ่ายรูปไม่ได้เลยนะ ไม่ได้ถ่ายเรียกว่ามาไม่ถึงเลยแหละ อิอิอิ ตรงนี้จะมีจตุรัสใหญ่ใจกลางเมือง ที่มีหุ่นสีขาวนี้นั่งอยู่บนเสาไฟ 555 เรียกได้ว่าหุ่นนี้และจตุรัสนี้แหละ เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Nice เลยแหละ จุดนี้จะได้เห็นบรรยากาศน่ารักๆสบายๆแบบเมืองริมทะเลของ Nice นะ ตึกเตี้ยๆสี Pastel ในสไตล์ Mediterranean กับร้านกาแฟ outdoor ริมทาง น่ารักมากๆค่ะ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
จาก Place Messena เดินอีกนิดนึง จะเจอ Promenade de Anglais ทางเดินเรียบชายหาดที่มีวิวทะเล น้ำสีครามสวยแบบนี้ล่ะค่ะ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เดินวกกลับมาที่ Place Messena แล้วเดินมาที่สวน Promenade du Paillon ส่วนต่อ ส่วนนี้จะเดินได้ไกลเลยค่ะ แล้วเย็นๆจะมีเด็กๆออกมาวิ่งเล่นตรงสวนสำหรับเด็ก น่ารักมากมาย นั่งรับอากาศลมเย็นๆ สบายมากๆค่ะ
7
กลับมาถึง พักในห้องให้หายเหนื่อยสักพัก ก็หิวโซค่ะ เลยไปเดินหาของกินดีกว่า เย็นนี้กิ๊บบอกเลยว่า มีแพลนที่ตั้งใจไว้มากๆ คืออยากจะทานหอยแมงภู่อบค่ะ เมนูนี้เป็นเมนูฮิตของแถบนี้นะ แล้วมีร้านนึงที่หาข้อมูลไว้ล่วงหน้าก่อน และตั้งใจว่าจะต้องมาทานให้ได้คือ ร้าน Festivale de la moule ค่ะ ร้านนี้เป็นร้านดังในหมู่คนไทยนะ 555 เพราะว่าเป็นร้านหอยแมลงภู่อบแบบบุฟเฟ่ต์ ที่มีซอสให้เลือกเยอะแบบที่สุดแล้วมั้ง ร้านนี้ตั้งอยู่ตรง Cours Sleya ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับใจกลางเมืองเลย ตรงนี้เรียกได้ว่าเป็นแหล่งร้านอาหารช่วงค่ำเลยค่ะ มีร้านอาหารเรียงรายให้เลือกเต็มไปหมด

Old Town (Vieille Ville)

แนวเมืองเก่า ที่มีตึกรามบ้านช่องแบบดั้งเดิมของ Nice จะรวมตัวอยู่ในนี้ค่ะ ซึ่งบริเวญนี้จะเป็นแนวที่คลาสสิคมากๆ บริเวณนี้ช่วงกลางวันจะเป็น Open Market ที่มีขายดอกไม้ ผลไม้และของที่ระลึกค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

6

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

13

ส่วนที่นักท่องเที่ยวนิยมที่สุดของ Vieille Ville คือ Cours Seleya ซึ่งเป็นจตุรัสเล็กๆที่เป็นแหล่งรวมของร้านอาหารค่ะ เรียกได้ว่า คิดอะไรไม่ออก ให้เดินมาตรงโซนนี้เลย ได้ของหม่ำแน่นอน

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แต่เรามีเป้าหมายแล้วใช่มั้ย เดินวนหาหนึ่งรอบก็เจอ ร้าน Festivale de la moule แล้วค่ะ สนนราคาบุฟเฟ่ต์หอยแมงภู่ อยู่ที่ 14.9 ยูโรต่อคน สั่งได้ไม่อั้น และจะมี french fire เสริฟ์ให้ด้วย กินได้ไม่อั้น ไม่มีจับเวลา ถือว่าราคาไม่แพงเลยค่ะ กิ๊บกับเพื่อนเลยเปิดไวน์อีกขวด เอามากลั้วหอยสักหน่อย 5555
สั่งซอสมาได้สามแบบ ก็อิ่มท้องจะแตกแล้วค่ะ เพราะไหนึงไม่ใช่น้อยๆนะ จากที่กิ๊บชิมมา กิ๊บชอบรสเผ็ดๆหน่อย ซอสแบบซัลซ่าเลยถูกใจที่สุด รส natural ก็อร่อยดีค่ะ กิ๊บว่ารสชาติโอเค แต่หอยขนาดจิ๋วไปหน่อย ไม่สะใจเท่าไหร่เลย
พอนั่งชิวสักพักก็ไม่ไหวค่ะ อิ่มมาก 555  ต้องขอออกมาเดินย่อยสักหน่อย เลยเดินมาดูวิวริมหาด ยามกลางคืน ลมทะเลพัดเย็นสบายม้ากมาก
8
แล้วเลียบหาดมาที่ Promenade des Anglais ซึ่งเป็นถนนเลียบหาดแนวยาวของเมือง Nice ค่ะ เดินออกมาโดยตรงจาก Cours Saleya ได้เลยค่ะ นั่งริมทาง เก็บบรรยากาศไฟยามค่ำคืนสวยดีค่ะ
9
แล้วเดินมาเก็บภาพตรงจตุรัส Place Massena ยามค่ำคืนอีกสักหน่อย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
คืนนี้กิ๊บพักที่โรงแรม  Le Petit Trianon อย่างที่บอกค่ะ ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเล็กๆ มีแค่ 8 ห้องเอง เพราะแปลงจากอพาร์ตเมนต์มาเป็นโรงแรม แต่พอได้มาพักแล้วเข้าใจเลย ว่าทำไมได้คะแนนรีวิวในเวบดีจัง เพราะว่าเค้าบริหารงานกันในครอบครัวอ้ะ ลูกชายเป็น reception พ่อกับแม่ดูแลทำความสะอาด ตอนเช้าๆ เจอพ่อแม่ปูเตียงและทำความสะอาดห้องข้างๆด้วย เป็นมิตรน่ารักมากๆ และที่สำคัญ คือโรงแรมนี้ ถือว่าใหม่และสะอาดมากๆค่ะ ในห้องใหม่มากกกกก ถามไปถามมาเลยได้ความว่า เพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่เดือนเอง คืนนี้เลยนอนสบายแล้วค่ะ มีแอร์ด้วย เปิดซะเลย ทำไมไม่รู้ รู้สึกว่าแถวนี้ร้อนอ้ะ สงสัยจะชินกับความหนาวของปารีส แล้วก็ถึงอุณหภูมิจุดูไม่ร้อนแต่แดดแร้งแรงด้วยค่ะ
ห้องขนาดใหญ่ดีนะคะ หน้าตาไม่เหมือนห้องในโรงแรมทั่วไป เพราะแต่งแอบเปรี้ยวนิดๆ และให้ฟีลเหมือนอพาร์ตเมนต์แต่งเอง ใช้ของดีๆ กิ๊บชอบนะ location ดีด้วยเพราะใกล้กับ Place Massena มากค่ะ คือเทียบกับราคาแล้ว ถือว่าโอเคมากๆเลย ไม่ได้ถูก แต่ก็ด้คุ้มคุณภาพดีค่ะ บอกตรงๆว่าทริปนี้กิ๊บเน้นนอนดีนะ เที่ยวเหนื่อยแล้วขอนอนห้องดีๆสบายๆ คืนนี้ขอไปนอนพักก่อนนะคะ คร่อกกกกก
5

10/9/57

 ตื่นเช้ารับวันใหม่มา ได้พักผ่อนเต็มที่ด้วยค่ะ วันนี้กิ๊บจะพาทุกคนไปเที่ยวโมนาโกกัน
จริงๆแล้ว Monaco (โมนาโก) ไม่ได้อยู่ในประเทศฝรั่งเศสนะคะ แต่เป็นประเทศเล็กๆประเทศหนึ่ง ที่มีการปกครองเป็นของตัวเองด้วยระบบกษัตริย์ราชวงค์ Grimaldi แต่ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าประเทศโมนาโกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส เพราะพื้นที่ของประเทศโมนาโกน่ะ เล็กมากๆค่ะ มีขนาดเล็กแค่ 2 ตารางกิโลเมตร มีประชากรแค่ 36000 คนเอง เค้าเป็นประเทศที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเลยนะ นอกจากนี้พื้นที่สามด้านก็ถูกล้อมรอบด้วยประเทศฝรั่งเศส ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาฝรั่งเศส และคนที่เข้ามาอาศัยก็เป็นชนชั้นสูงของฝรั่งเศส เพราะฉะนั้นก็เข้าใจได้ที่ถูกเข้าใจผิดบ่อยๆค่ะ แต่ประเทศนี้ มีจุดเด่นที่กิ๊บว่าสาวๆหลายๆคนฟังแล้วต้องอ๋อแน่นอนเลย คือ โมนาโก เป็นประเทศที่มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งที่ดังที่สุดในโลก คือเจ้าหญิง Grace Kelly ที่ชีวิตของพระองค์เป็นเสมือนนวนิยายที่สาวๆอย่างเราใฝ่ฝัน เพราะเป็นดาราสาว Hollywood ที่ในที่สุดได้แต่งงานกับเจ้าชาย และพอพูดถึงโมนาโก หนุ่มๆก็คงต้องนึกถึง Casino ที่โด่งดังระดับโลกจนเป็นที่มาของหนังเรื่อง James Bond ตอน Casino Royale แถมยังเป็นแหล่งช็อปปิ้งชั้นเลิศ​ สุดยอดของความหรูหราอีกด้วยค่ะ
แผนที่ Monaco แบบง่ายๆ เมืองเค้าเล็กค่ะ อิอิอิ (source:http://www.aquatravel.ro)
harta-monaco
ฟังเกริ่นมาซะขนาดนี้ คงอยากไปเที่ยวด้วยกันแล้วใช่มั้ยคะ วิธีการเดินทางมาที่โมนาโกจากนีซ จริงๆมีหลายวิธีนะ จริงๆทางรถไฟก็สะดวกค่ะ แต่กิ๊บเลือกทางรถบัส เพราะอยากจะชมวิวสวยๆของ French Riviera ระหว่างทาง รถบัสที่ขึ้นได้มี สาย 100  (Nice – Monaco – Menton) ราคา 1.50€ ใช้เวลา 30-45 นาทีและออกทุก 15 นาที เป็นเส้นทางที่วิวสวยที่สุด  และมีสาย express  100x ราคา 4€ แพงกว่าแต่จะขึ้นทางด่วน วิวไม่ค่อยสวยเพราะขึ้นทางด่วนและมาถึงเร็วกว่าหน่อยนึงค่ะ

ของกิ๊บเช้าวันนั้น ไปขึ้นที่สถานีรถบัส Vauban ที่เมื่อวานมาค่ะ แล้วมีแต่รถ express 100x ออกจากสถานีนี้ ไว้ขากลับค่อยกลับสาย 100 ละกันนะ รถออก 8.55 ประมาณ 10.00 ก็มาถึงโมนาโก กิ๊บลงป้าย Fontvieille ค่ะ รถบัสสาย 100x นี้คนน้อยมากๆ เรียกว่าแอบเหวอเลยทีเดียว

วิวจากรถบัส

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มาถึงโมนาโกเช้าขนาดนี้ มองซ้ายมองขวา ไม่มีคนเลย 5555 คือเงียบมากๆ เลยเดินเอ๋อๆมาเรื่อยๆค่ะ ขอบอกว่าแค่เดินไปในเมือง ก็สัมผัสได้ถึงความรวยของเมืองนี้ 555 เพราะว่ารถที่ผ่านไปมาแต่ละคัน มีแต่ sport car แบรนด์แพงๆทั้งน้านนนน แถมตึกรามบ้านช่อง มีแต่ตึกสูงๆที่ดูเป็นคอนโดหรูหราทั้งนั้นเลยค่ะ เดินมาอีกนิด มาเจอแนวคอนโดราคาแพงกับเรือยอร์ชที่ดูหรูสุดๆ เลยได้มุมถ่ายรูปซะเลย จากมุมนี้จะเห็น Port de Fontvieille จากมุมด้านล่าง เดี๋ยวเราจะได้ดูมุมบนกันด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

10

ด้วยความที่มาเช้ามาก และหาข้อมูลมาแล้วว่าตัวเมือง Monaco จริงๆแล้ว ไม่ได้มีที่เที่ยวที่ต้องแวะเยอะสักเท่าไหร่ วันนี้เราเลยเดินชิวๆ สบายๆ ไม่รีบทำเวลามากค่ะ กิ๊บค่อยๆเดินจาก Fontvieille  มาหา Prince’s Palace เก็บบรรยากาศความหรูหราของเมืองไปเรื่อยๆค่ะ วิธีการเดินก็ไม่ยากนะ อย่างที่บอกว่าเมืองเค้าเล็กนิดเดียว ค่อยๆเดินมาเรื่อยๆตามป้ายบอกค่ะ

 

 

 

Prince’s Palace (Palais du Prince)

http://palais.mc/

ตัว Prince’s Palace อยู่บนเขา เป็นมุมสูงเลยค่ะ เพราะฉะนั้นตอนเดินขึ้นมา มีเหนื่อยเหมือนกัน ทางขึ้นมีหลายด้านนะคะ แต่จากมุม Fontvieille ที่กิ๊บเดินมา ขึ้นมาหา Palace โดยตรงง่ายกว่า ​Palce นี้เดิมสร้างเป็นที่พระราชฐานอย่างเป็นทางการของเจ้าชายแห่งโมนาโกนะคะ ซึ่งในปัจจุบันในบางช่วงเจ้าชายก็จะพำนักที่นี่ด้วย เลยจะมีส่วนที่เปิดชมให้เข้าไปดูได้แค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น ลักษณะการก่อสร้างจะเน้นความแข็งแรง เพราะเดิมทีที่นี่เป็นป้อมปราการมาก่อน เริ่มสร้างในสมัย 1911 เพราะฉะนั้น ถือว่าเป็นพระราชวังยุคใหม่มากๆค่ะ สมัยเจ้าหญิง Grace Kelly ยังมีชีวิต ก็เคยอาศัยอยู่ที่วังนี้ด้วยนะคะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จาก link ด้านบน จะเห็นว่าพระราชวังด้านในหรูหราเชียวค่ะ แต่หาข้อมูลมาแล้วว่าส่วนที่เปิดให้ดูไม่เยอะเท่าไหร่ และราคาค่าเข้าแพงนะ 8 ยูโรต่อคน เลยขอบายค่ะ ตอนนี้เริ่มเบื่อวังนิดๆแล้วด้วย 5555 ถ้าซื้อตั๋วคู่กับ Museum of Oceanology ราคาอยู่ที่ 19 ยูโรค่ะ

ด้านหน้าของวัง จะมีป้อมปืนใหญ่ และรูปปั้นเยอะแยะเลย

17

จุดห้ามพลาดๆๆๆเลยที่ต้องมาดูคือ วิวรอบๆ Prince’s Palace ค่ะ เพราะเป็นจุดที่จะมองลงไปเห็นความหรูหราของเมือง Monaco ได้ทั้งเมืองเลย ด้านหนี่งจะมองไปทาง Monte Carlo อีกด้านเป็น Port de Fontvieille จากมุมบน บอกเลยว่าสวยไม่แพ้กันทั้งสองมุมค่ะ ด้านที่มองเห็น Port de Fontvieille เป็นสวนเล็กๆน่ารัก น่านั่งมากๆ กิ๊บนั่งพักชมวิวอยู่ตรงนี้นานเลยค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

18

อีกด้านนึงเป็นวิวนี้ค่ะ

19

 

พอชมวังเสร็จ เลยเลือกทางลงจากวังมาอีกมุมหนึ่งค่ะ ซึ่งทางนี้รู้สึกว่าทางลงไกลกว่ากันเยอะเลย แต่ว่าจะผ่านร้านรวงที่ขายของที่ระลึก ตรงจตุรัส Place du palais ใครชอบก็แวะกันได้ และจะได้ผ่านโบสถ์ Monaco St.Nicholas Cathedral/ Cathédrale Notre-Dame-Immaculée de Monaco ด้วย

Place du palais

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

5 of 5 starsCathédrale Notre-Dame-Immaculée de Monaco

โบสถ์นี้สร้างขึ้นในปี 1875 บนซากปรักหักพังของโบสถ์ St. Nicholas เดิม ซึ่งมีอายุมากว่า 700 ปี เป็นโบสถ์แบบ Roman-Byzantine ค่ะ ทีนี่เป็นโบสถ์สำคัญของราชวงศ์นะคะ เพราะเป็นที่สมรสของเจ้าหญิง Grace Kelly และ  Prince Ranier III ในปี 1956 ปัจจุบันยังเป็นที่ฝังศพของราชวงศ์ Grimaldi ด้วยค่ะ ถ้าใครอยากเยี่ยมหลุมฝังศพของเจ้าหญิง Grace Kelly ก็อยู่ในโบสถ์แห่งนี้ค่ะ

20

11

เดินจากโบสถ์ลงมาจะเป็นทางลาดค่ะ เดินไม่เหนื่อยเท่าไหร่ (เหนื่อยน้อยกว่าตอนขึ้นเขานะ 555) ทางลงมาจะผ่าน Museum of Oceanology และเข้าสู่ส่วนที่เป็นเหมือน City Center ของโมนาโกค่ะ โดยจะมาชนที่ Fort Antoine ที่เป็นที่จอดเรือท่าใหญ่ที่สุดของโมนาโกค่ะ ตรงนี้วิวสวยมากๆ

21

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากตรงนี้กิ๊บมุ่งหน้าต่อไปที่ Monte Carlo ค่ะ ถ้าดูจากแผนที่ด้านบน ก็คือส่วนที่เขียนว่า Casino นั่นเอง ระยะทางไม่ได้ไกลมากนะคะ ค่อยๆเดินริมหาดเลียบ Fort Antoine ไปเรื่อยๆก็ได้ชมบรรยากาศเมืองดีค่ะ หรือใครไม่อยากเดิน จะขึ้นรถบัสไปก็ได้ จะมีช่วงที่ต้องเดินขึ้นเขาไปตรง Monte Carlo ที่เหนื่อยหน่อยน่ะค่ะ ส่วนกิ๊บเลือกเดิน 5555 เพื่อความประหยัด ตรงฝั่งชายทะเลติดกับ Fort Antoine ตรงนี้เหมือนเป็น City Center นะคะ จะมีแนวร้านขายของ ร้านอาหาร Supermarket เต็มไปหมดเลย

วันนี้เรายังมีอะไรต้องเที่ยวอีกเยอะ เลยขอฝากท้องที่ร้านพิซซ่าหน้า Supermarket ร้านนี้ ขอบอกว่าดูร้านหน้าตาธรรมดาๆไม่มีที่นั่ง แต่ขายดีมากกกกกกกกกก มีคนมาซื้อตลอด และที่สำคัญที่สุด คือเป็นพิซซ่าทำสด พิซซ่าทุกแผ่นจะทำสดตั้งแต่ขึ้นแป้งเป็นรูปวงกลมเลย และราคามันเลิศมากกกกก พิซซ่าขนาดประมาณถาดใหญ่ไทย หรืออาจจะใหญ่กว่าด้วย แค่ 8 ยูโรเอง พอได้มาลองทาน น้ำตาจะไหล อร่อยกว่ากินในร้านอาหารแพงๆล้านเท่าอ้ะ ใครเจออย่าลืมลอง มันอร่อยมากจริงๆค่ะ

12

พออิ่มเลยเริ่มมีแรงเดินขึ้นเขา จุดนี้เดินเหนื่อยเหมือนกันนะคะ เพราะว่าเป็นแนวขึ้นเขา เอียงๆ เดินมาเรื่อยๆ ใช้แรงเยอะพอควรเลย 55555 แต่วิวสวย มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะค่ะ ค่อยๆเดินใจเย็นๆก็สนุกดี เดี๋ยวจะเข้าเขต Monte Carlo แล้วค่ะ
22

Monte Carlo

จริงๆแล้ว Monte Carlo ก็เป็นเขตเขตหนึ่งของ Monaco ค่ะ แต่ว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดและเรียกได้ว่าเป็นจุดที่หรูหราที่สุดแล้วของโมนาโกค่ะ หลายๆคนเลยจะได้ยินชื่อเสียงของ Monte Carlo มากกว่า Monaco ด้วยซ้ำไป ถ้าใครชอบช็อปปิ้งของแบรนด์เนม บอกเลยว่าต้องมาที่ย่านนี้เพราะว่า เป็นแหล่งรวมของร้านแบรนด์เนมทั้งนั้นเลยค่ะ ผู้คนที่เดินอยู่ย่านนี้จะแต่งตัวหรูหราไฮโซมากมาย และรถก็มีแต่ Sport car แพงๆ คือจริงๆใน Monaco ทั้งหมดก็ดูหรูอยู่แล้ว แต่ย่านนี้คือที่สุดแล้วจริงๆค่ะ

จุดที่ห้ามพลาดเลยเวลาที่เดินเข้ามาในเขต Monte Carlo ที่วันนี้กิ๊บจะชวนชมกัน จริงๆก็อยู่ในวงเวียนเล็กๆที่เรียกว่า Place du Casino ใจกลาง Monte Carlo เนี่ยล่ะค่า

Salle Garnier/Opéra de Monte-Carlo 

โรงโอเปร่าที่สร้างตั้งแต่สมัย 1870 ดูจากรูปด้านในสวยงามมากค่ะ แต่ว่าเค้าไม่ได้เปิดให้เข้าไปชมค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 Hôtel de Paris

โรงแรมที่ดังที่สุดใน Monaco ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1864 โดยพระเจ้า Charles III เป็นโรงแรมดังสุดหรูหรา ที่เคยต้อนรับแขกที่มีชื่อเสียงรวมทั้งราชวงศ์ทั่วโลกเลยค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Casino de Monte-Carlo

คาสิโนใหญ่ที่เรียกได้ว่า มีชื่อเสียงที่สุดในโลกนี้ สร้างตั้งแต่ปี 1850 ค่ะ เป็น Casino ที่เรียกได้ว่า exclusive และหรูหรามาก มีภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากคาสิโนแห่งนี้หลายเรื่องมากนะ อย่าง James Bond หลายๆตอนก็กล่าวถึงคาสิโนนี้และตอน Casino Royale ก็ถ่ายทำที่นี้ หนังเรื่อง In time และ Ocean’s twelve ก็ถ่ายทำที่นี่ค่ะ

จริงๆที่นี่คนทั่วไปสามารถเข้าไปชมได้นะคะ พนักงานด้านหน้าที่ใส่สูทแลดูน่ากลัวจะเป็นคนตรวจ passport ของเราและต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 10 ยูโร ซึ่งมันแพงมากค่ะ 5555 กิ๊บบอกตามตรงเลยนะคะ ว่ากิ๊บไม่ได้เข้าไปดูข้างในหรอก เพราะค่าเข้ามันแพง และในรีวิวเว็บต่างประเทศ เค้าบอกไว้ว่า ข้างในเงียบมาก และไม่ค่อยมีคน จะไม่ได้บรรยากาศคึกคักเหมือนคาสิโน ที่ Las Vegas เลย กิ๊บเลยตัดสินใจถ่ายรูปแค่ด้านนอกพอค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ออกจาก Monte Carlo ก็ครบแล้วค่ะ สำหรับ Monaco เข้าใจเลยที่หลายๆคนบอกว่าเมืองเค้าเล็ก 555 เล็กจริงๆค่ะ ค่าครองชีพก็สูงด้วย เพราะฉะนั้นแนะนำเลยว่าใครอยากมาเที่ยว รวบ Eze กับ Monaco วันเดียวกันเลยก็ไม่เลวนะคะ ตัวเมืองไม่มีอะไรให้ดูมาก แต่เรียกว่ามาเก็บบรรยากาศหรูหราม้ากมาก สักครั้งในชีวิตก็ดีเหมือนกันค่ะ ส่วนตัวกิ๊บไม่แนะนำให้นอนค้างที่นี่เลยนะคะ เพราะลองเช็คแล้ว ค่าโรงแรมแพงมากๆ กลับไปนอนที่ Nice จะดีกว่าค่ะ
จากตรงนี้กิ๊บเดินกลับไปขึ้นรถบัสที่ Fontvieille เบอร์ 100 กลับ Nice ราคา 1.5 ยูโรค่ะ ขากลับนี้จะเป็นเส้นทางเลียบทะเลตลอดทาง สวยมากๆเลย แต่รถบัสจอดค่อนข้างบ่อยมากค่ะ ใช้เวลาเดินทางนานเหมือนกัน ประมาณเกือบชั่วโมงค่ะ กลับมาถึง Nice ก็เป็นเวลา 15.00 น พอดีเลย ระหว่างนี้ขอไปพักผ่อนหน่อยค่ะ เดินมาแต่เช้า 5555
หลังจากกลับมาที่ Nice กิ๊บออกไปเดินเล่นค่ะ วันนี้ขอเดินช็อปปิ้งสักหน่อย นอกจากที่ช็อปปิ้งบริเวณ Place Messena แล้ว ยังมีแนว Avenue Jean Médecin ที่เป็นโซนช็อปปิ้งใหญ่อีกด้วยค่ะ บอกเลยว่าขาช็อปปิ้งมาตรงนี้มีฟินแน่นอน เพราะเป็นร้านแบบ superstore ร้านใหญ่ตลอดทั้งแนวยาวเลย เดินกันมีขาลากแน่นอน ทั้งร้าน sephora, H&M, ZARA ร้านใหญ่บิ๊กเบิ้ม ซึ่ง Zara นี้เน้นเลยว่า ราคาต้นก็ถูกกว่าไทยแล้ว พอ sale ก็ฟินเว่อร์ไปเลยจ้า
วันนี้กิ๊บเลยมาเดินเล่นตรง Avenue Jean Médecin แล้วสุดท้ายเลยไปจบที่ Galleries Lafayette เนี่ยล่ะค่ะ 5555 ขน Longchamp ตามออเดอร์ที่โดนสั่งมา
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
อีกอย่างนึงที่แนะนำและบอกว่า ขาดไม่ได้เลย คือต้องลอง ​Pierre Herme ร้าน macaron ที่อร่อยม้ากมากค่ะ เป็นร้านโปรดของกิ๊บเลยนะ ส่วนตัวกิ๊บว่ามาการองร้านนี้ อร่อยกว่ามาการองของ Laduree อีก 555 มีสาขาอยู่ใน Galeries Lafayette ที่นี่ด้วยค่ะ
14
เลยซื้อกล่องขนาดกลางมา 7 ชิ้น 18 ยูโร ราคาไม่เบาเลย แต่มาถึงนี่ ไม่กินไม่ได้จริงๆค่ะ
ตกเย็นวันนี้ เลยมาปิดท้ายที่ Festivale de la moule อีกสักรอบ 5555 เพราะถูกและประหยัดดีค่ะ แต่ว่าวันนี้ทานแล้วรู้สึกว่าเค็มไปหน่อยค่ะ เมื่อวานนี้เหมือนจะอร่อยกว่านะ
23

11/9/57

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ French Riviera แล้วค่ะ วันนี้กิ๊บมีเวลาว่างๆเหลือ ตอนแรกว่าจะเดินเล่นใน Nice ต่อ แต่แอบเปลี่ยนใจนาทีสุดท้ายค่ะ เพราะไหนๆมาถึงนี่แล้ว น่าจะไปดูเมือง Cannes ที่อยู่ใกล้ๆสักหน่อย แพลนแรกกิ๊บไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปเลยค่ะ เพราะว่าหาข้อมูลแล้วว่าตัวเมือง Nice ไม่ได้มีอะไรให้ดูมากเท่าไหร่ แต่เอาน่า ไหนๆมาถึงนี่แล้ว เดี่ยวจะเสียดายทีหลัง วันนี้เลยจะทริปย่อมๆไปเมือง Cannes กัน
(บอกก่อนเลยน้า ว่าทริปมา Cannes นี้ย่อมจริงๆ เพราะเย็นนี้กิ๊บต้องไปข้ึนเครื่อง กลัวตกเครื่องค่ะ)
กิ๊บไปขึ้นรถไฟไปค่ะ เพราะว่ารถบัสจะใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเลย แต่รถไฟใช้เวลาแค่ประมาณ 20 นาทีเอง แต่แต่ละเที่ยว เวลาห่างกันค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ต้องเช็คเวลาดีๆค่ะ กิ๊บขึ้นรถไปเที่ยว 9.40 มาถึง Cannes เวลา 10.25 น ค่ะ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Cannes

Cannes (คานส์) เป็นเมืองชายฝั่ง French Riviera ค่ะ แต่จะอยู่ทิศตรงกันข้ามกับ Eze และ Monaco นะคะ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวแถบ Cannes จะเน้นไปทางเมือง Grasse ที่เป็นแหล่งผลิตน้ำหอมชื่อดัง และเมืองชายทะเล Antibes มากกว่าค่ะ เมือง Cannes มีชื่อเสียงระดับโลก เพราะเป็นที่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์ Cannes Film Festival ทุกปีค่ะ หลายๆคนอาจจะเคยเห็นภาพพรมแดงยาว เดี๋ยววันนี้จะพาไปดูพรมแดงนี้กัน นอกจากที่เป็นเมืองจัดงานภาพยนตร์แล้ว เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องโรงแรม และเป็นแหล่งช็อปปิ้งหรูหราด้วยค่ะ

ที่เที่ยวหลักๆของ Cannes อยู่ในแผนที่นี้ค่ะ (source:http://www.planetware.com)
cannes-map
 ออกมาจากสถานีรถไฟ กิ๊บเริ่มต้นมองหาทิศทางไปที่ ที่จัดงาน Film festival ก่อนเลยค่ะ 5555 เพราะมาถึงเมือง Cannes ยังไงก็ต้องขอถ่ายรูปกับพรมแดงก่อนใช่มั้ยคะ ที่จัดงาน Film Festival มีชื่อเต็มๆว่า Palais des Festivals et des Congres of Cannes หาไม่ยากค่ะ เดินตรงมาจากสถานีรถไฟเลย ทุกคนเดินมาทางนี้กันหมดค่ะ ผ่านตัวถนนช็อปปิ้งมาหน่อยเดียวก็ถึงแล้วค่ะ
ตัวตึกจริงๆถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาล ด้านในเค้าจะมีนิทรรศการผัดเปลี่ยนมาเรื่อยๆค่ะ แต่ว่าจุดที่เป็นจุดขายของตึกนี้เลยจริงๆ คือ นี่….พรมแดงค่ะ 5555
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
กับอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คือรอยประทับฝ่ามือของดาราคนดัง แต่ด้วยความที่ดาราแถบนี้ เป็นดาราฝรั่งเศสทั้งน้านนนน ดูชื่อละ ไม่ค่อยรู้จักใครสักเท่าไหร่ ที่หนูรู้จักก็มี Meryl Streep กับ Sylvester Stallone ค่ะ
15
ตัวพิพิธภัณฑ์กับ exhibition ด้านในเก็บเงินนะคะ กิ๊บเลยไม่ได้เข้าไปดู เวลามีน้อยค่ะ
ออกมาจาก Palais des Festivals กิ๊บเดินออกมาชมวิวชายหาดของเมือง cannes ค่ะ เอาจริงๆ เราว่ามุมชายหาดของ Cannes นี่สวยกว่าของเมือง Nice นะ และแนวยาวกว่าด้วย ส่วนความหรูหราชนะเลิศ ไม่แพ้โมนาโกค่ะ แถวนี้มีเรือ Cruise ship ใหญ่ๆจอดเทียบท่าเต็มไปหมดเลย ได้บรรยากาศอีกแนวดี
24
กิ๊บเลือกเดินมาเลียบชายหาด Boulevard de la Croisette ซึ่งถนนสายยาวเส้นนี้ มีแต่โรงแรมหรู ร้านอาหาร และร้านแบรนด์เนมเต็มไปหมด แต่ละร้านจะเป็นแบบ Stand alone shop ใหญ่เลย ให้ช็อปสะใจนะ บอกเลยว่า ช็อปแบรนด์เนมมันส์ฮะ กิ๊บมีเผลอพลั้งไปเล็กน้อย 5555 แต่ถ้าใครอยากได้อะไรแบรนด์เนม บอกเลยว่ามาเมืองนี้มันส์กว่าช็อปที่  Nice เยอะค่ะ
16
จาก Cannes ช็อปพอหอมปากหอมคอ กระเป๋าตังค์กระเทือนไปเบาๆแล้ว กิ๊บรีบมาที่สถานีรถไฟ เพราะใจตอนแรก อยากไปแวะเมือง Antibes ก่อนกลับค่ะ แต่ว่ามาช้าไป ตกรถไปเที่ยวที่แพลนไว้ แล้วเที่ยวถัดมา ก็ใช้เวลารอนานมากกกก เลยแห้ว ดูเวลาแล้วไป Antibes จะเสียวตกเครื่อง เพราะเย็นนี้กิ๊บจะต่อเครื่องไป Barcelona ต่อค่ะ เลยยอมแพ้ กลับมาเดินหาอะไรทานในเมือง Nice ช็อปปิ้งกรุบกริบก่อนกลับดีกว่า และต้อง check out ลากกระเป๋าใหญ่ไปหารถบัสไปแอร์พอร์ต เดินทางคนเดียว ต้องเผื่อเวลาเยอะเหมือนกันค่ะ 5555
ขากลับไปที่ Airport ไม่ยากเลยค่ะ เนื่องจากโรงแรมกิ๊บอยู่ตรงหัวมุมถนน albert 1st นะ ก็หาที่ขึ้นรถสาย สายเหมือนเดิมกับที่เรามา ซึ่งจะเป็นรถแบบ express จอดน้อยกว่ารถบัสแบบทั่วไปค่ะ ราคาแพงกว่า แต่ว่าถึง airport เร็วกว่า มั่นใจได้ ถ้าไปบัสธรรมดาเสียวนะคะ เพราะ Nice รถติดพอควรค่ะ สายบัสที่จะขึ้นเลือกเบอร์ 98 หรือ 99 ก็ได้ แล้วแต่โซนที่เราพักค่ะ ไม่ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า แค่ยืนรอรถมา จ่ายเงินตอนขึ้นรถค่ะ และบัสจะมีที่วางกระเป๋า แต่ช่วงที่กิ๊บมาคนเยอะมากค่ะ ต้องยืนตลอดทาง และเอากระเป๋าตั้งพิงเลย ไม่มีที่วาง รถแน่นมากค่ะ  ช่วงที่กิ๊บมาขึ้นรถนี่เป็นประมาณบ่ายสี่โมง รถติดทีเดียว เสียวตกเครื่องเหมือนกันค่ะ แต่สุดท้ายก็มาถึงทันการนะ และรถบัสจะจอดที่ทั้ง terminal 1,2 ไม่ต้องห่วงค่ะ ใครต้องเดินทางต่อก็เผื่อเวลาหน่อยนะคะ คนเยอะ check in ค่อนข้างนานเหมือนกันค่ะ
เอาล่ะ จบแล้วนะคะ สำหรับ Part French Riviera เมืองชายทะเลตากอากาศในฝันของกิ๊บ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ที่อยากไปเที่ยวแถบนี้เหมือนกันบ้างนะจ้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมค่ะ


1 thought on “[France trip] ตลุย French Riviera เมืองชายหาดฝรั่งเศสตอนใต้ Eze Nice Monaco”

  • ข้อมูลเยี่ยมมากครับ จะหาข้อมูลไปเที่ยวนีซพอดีเลยครับ จะไปเดือนมกราคมปีหน้าครับ และไปปารีสต่อ ต้องหาข้อมูลเยอะหน่อยไม่เคยไปด้วยสิครับขึ้นรถเดินทางไม่เป็นเลย มาอ่านแล้วสบายใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณข้อมูลดีๆครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.